บทสวด สัจจะพรหม29
บทสรรเสริญพระบารมีและแสนยานุภาพแห่งองค์มหาพรหม
(ใช้นำสวดก่อนก้าวเข้าสู่การกราบ 8 ประการ)
โอม นโม มหาพราหมเณ สรวะ ศักติเย นมะห์
(ขอนอบน้อมต่อองค์มหาพรหม พระผู้ทรงเป็นบ่อเกิดแห่งมหาฤทธิ์และอนันตอานุภาพทั้งปวง)
ขอนอบน้อมถวายบังคมสงบศึกษาสูงสุด ต่อองค์มหาพรหมบรมศาสดา พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสร้างและอภิบาลมหาจักรวาล พระผู้ทรงเป็นปฐมประธานแห่งชีวิต สรรพสิ่ง และปัญญาญาณอันบริสุทธิ์ไร้ขอบเขต
พระองค์ผู้ทรงแผ่อานุภาพครอบคลุมทั้งสามโลก ทรงเป็นมหาราชาแห่งจักรวาล ผู้ทรงควบคุมหมุนเวียนดวงดาว ผืนแผ่นดิน สายน้ำ ลมหายใจปราณ และสายธารแห่งกาลเวลา พระบารมีและแสนยานุภาพของพระองค์ยิ่งใหญ่ไพศาลยิ่งกว่าฟ้าและมหาสมุทร ทรงขจัดอวิชชา ความมืดมิด ความกลัว และมลทินทั้งปวงให้หมดสิ้นไปด้วยแสงสว่างแห่งสัจธรรม
พระองค์ผู้ทรงดำรงอยู่ในพระพรหมวิหารธรรมอันบริสุทธิ์ ทรงสอดส่องดูแลมวลมนุษย์และสรรพชีวิตด้วยพระพักตร์ทั้งสี่ ทรงปกปักรักษาผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบด้วยศาสตราวุธและเครื่องบำเพ็ญในพระหัตถ์ทั้งแปด พระองค์ทรงเป็นหลักชัยแห่งกฎแห่งกรรมอันเที่ยงธรรม ทรงสถาปนาศีลสัจจะพรหมไว้เป็นธรรมนูญคุ้มครองโลก เพื่อให้ผู้ใฝ่ธรรมได้ใช้สติปัญญา และอิทธิบาทสี่ในการสร้างชีวิต ละเว้นจากความงมงายและอบายมุขทั้งปวง
ในพระนามแห่ง องค์มหาพรหมบรมศาสดา พระผู้เป็นเจ้า...
ข้าพเจ้าในสถานะแห่ง สาธก ผู้เพียรปฏิบัติธรรม พร้อมด้วยเหล่า ชาวพรหมภักต์ ผู้มีความซื่อสัตย์และภักดี ขอยกสัจจะวาจา กาย และจิตวิญญาณ ถวายบูชาแด่พระองค์ ขออานุภาพแห่งพระพรหมบารมี จงปกป้องคุ้มครอง ประทานปัญญา ความเจริญรุ่งเรือง ความแคล้วคลาดปลอดภัย และความสำเร็จอันสุจริตแก่ข้าพเจ้า และขอน้อมกายเข้าสู่การกราบถวายบังคม 8 ประการนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป...
โอม ศานติ ศานติ ศานติฮิ
บทอักขระสันสกฤตเริ่มต้นก่อนการกราบ
โอม นโม พรหมัเณ มหาเทวายะพรหมปาทัง นมัสสามิ สัจจะธรรมานัง ประติษฐิตัม
ขอนอบน้อมต่อองค์มหาพรหมบรมศาสดา ข้าพเจ้าขอกราบลงเบื้องพระบาทแห่งองค์มหาพรหม ผู้ทรงสถาปนาและประดิษฐานสัจจะธรรมอันเที่ยงแท้ไว้ในจักรวาล
บทสวดพร้อมการกราบ 8 ครั้ง
กราบครั้งที่ 1: น้อมกราบพระพักตร์ที่ 1 — เมตตาธรรม
คำอ่านสันสกฤต: โอม มหาพราหมเณ เมตตา ปุรเณ นมะห์
คำแปลไทย: ขอนอบน้อมกราบองค์มหาพรหมผู้เปี่ยมด้วยเมตตาธรรมอันไร้ขอบเขต ขอน้อมรับความรัก ความปรารถนาดี และพรแห่งความเจริญรุ่งเรืองสุจริตเข้ามาสู่ชีวิต
กราบครั้งที่ 2: น้อมกราบพระพักตร์ที่ 2 — กรุณาธรรม
โอม มหาพราหมเณ กรุณา ทายะกา ยะ นมะห์
ขอนอบน้อมกราบองค์มหาพรหมผู้ประทานกรุณาธรรม ขอน้อมรับพลังแห่งการขจัดความทุกข์ยาก อุปสรรค โรคภัย และหนี้สิน พร้อมตั้งจิตช่วยเหลือผู้แร้นแค้นและผู้ไร้ทางสู้
กราบครั้งที่ 3: น้อมกราบพระพักตร์ที่ 3 — มุทิตาธรรม
โอม มหาพราหมเณ มุทิตา ปราโมทายะ นมะห์
คำแปลไทย: ขอนอบน้อมกราบองค์มหาพรหมผู้ประทานมุทิตาธรรม ขอน้อมรับความยินดีในความสำเร็จของผู้อื่น ขจัดอิจฉาริษยา สร้างเสน่ห์เมตตา ความสามัคคี และความราบรื่นในครอบครัว
กราบครั้งที่ 4: น้อมกราบพระพักตร์ที่ 4 — อุเบกขาธรรม
โอม มหาพราหมเณ อุเบกขา ชญาณายะ นมะห์
ขอนอบน้อมกราบองค์มหาพรหมผู้ประทานอุเบกขาธรรม ขอน้อมรับปัญญาญาณ ความตื่นรู้ ความวางใจเป็นกลาง ยึดมั่นในกฎแห่งกรรม และความสงบเย็นในจิตใจ
กราบครั้งที่ 5: น้อมกราบศีลสัจจะพรหม 29 ประการ
: โอม สัจจะ ศีลธรรมะ สมาทานัง นมะห์
ขอนอบน้อมกราบการสมาทานศีลสัจจะพรหม 29 ประการ ขอน้อมนำธรรมนูญแห่งชีวิตนี้เข้ามาสถิตในกาย วาจา และใจ เพื่อใช้ดำเนินชีวิตในปัจจุบันชาติด้วยสติปัญญา
กราบครั้งที่ 6: น้อมกราบมหาภูตรูปและสรรพธรรมชาติ
โอม ปฤถิวี อาปัส เตโช วายุ อากาศายะ นมะห์
ขอนอบน้อมกราบผืนแผ่นดิน สายน้ำ ลมหายใจปราณ อากาศ และสรรพธรรมชาติที่องค์มหาพรหมทรงประทานให้ข้าพเจ้าได้อาศัยและค้ำจุนชีวิต
กราบครั้งที่ 7: น้อมกราบผู้มีพระคุณ บิดามารดา ครูบาอาจารย์
โอม มาตา ปิตุ อาจาริยะ ปาทัง นมะห์
ขอนอบน้อมกราบเบื้องพระบาทบิดามารดา ครูบาอาจารย์ และผู้มีพระคุณทุกท่าน ขอกตัญญูกตเวทิตาต่อผู้ที่อุ้มชูและส่งมอบความปรารถนาดีแก่ข้าพเจ้า
กราบครั้งที่ 8: น้อมกราบพระหัตถ์แปดกรและศาสตราวุธแห่งปัญญา
โอม อัษฏะ หัสตะ พรหมะ ศักติเย นมะห์
ขอนอบน้อมกราบพลังอำนาจแห่งพระหัตถ์ทั้งแปด ขอน้อมรับปัญญา สัจจะวาจา วินัย อิทธิบาทสี่ สมาธิ และความขยันเพียรพยายาม เข้ามาเป็นเครื่องมือสร้างอนาคตอันเจริญรุ่งเรือง
โอม ศานติ ศานติ ศานติ
ขอความสงบ เยือกเย็น และความเจริญรุ่งเรือง จงบังเกิดแก่จิตวิญญาณและชีวิตของข้าพเจ้าเทอญ
ศีลสัจจะพรหม 29 ข้อ (ฉบับกำกับชื่อหัวข้อภาษาสันสกฤต)
1. ปราณานุสติ (Prāṇānusmṛti - การกำหนดรู้ลมหายใจปราณ)
การไม่ปล่อยให้ลมหายใจปราณดับสิ้นไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยการมีสติกำหนดรู้ทุกลมหายใจเข้าออก และภาวนาในใจว่า "หายใจเข้า-พรหม" "หายใจออก-มัง" เพื่อเชื่อมจิตกับมหาพรหม
2. กรรมศรัทธา (Karma-Śraddhā - ความศรัทธาในกฎแห่งกรรม)
การไม่ละเลยไม่เชื่อในกฎแห่งกรรม การหลบเลี่ยงความรับผิดชอบต่อผลแห่งการกระทำของตน และการตัดพ้อโทษโชคชะตาฟ้าดินโดยไม่ลงมือแก้ไขปัจจุบัน
3. จตุรพาหุวิริยะ (Catur-Bāhu Vīrya - พลังความเพียรสร้างอนาคต)
การไม่เกียจคร้าน ละทิ้งจตุรพาหุวิริยะ (พลังความเพียร 4 ประการ) และละทิ้งความพยายามในการสร้างสรรค์ชีวิตและอนาคต
4. ตรีสันโตษ (Tri-Saṁtoṣa - ความพอใจตามหลักอุปนิษัท 3 ประการ)
การไม่ละเลยตรีสันโตษ (ความพอใจและความยินดีในสัจธรรมตามความเป็นจริง 3 ประการ)
5. ปัญจอุปสรรควินิจฉัย (Pañca-Upasarga Viniccaya - การขจัดสิ่งขวางกั้นจิต)
การไม่อยู่ในปัญจอุปสรรค (สิ่งขวางกั้นสมาธิและปัญญา 5 ประการ) และการไม่ปล่อยให้กิเลสมลทินใจ (อริษัฑวรรค) เข้าครอบงำ
6. ธนรักษ์ (Dhana-Rakṣā - การรักษาและบริหารทรัพย์)
การไม่ออมทรัพย์สินเพื่ออนาคต และการใช้จ่ายทรัพย์ในทางที่ฟุ่มเฟือยผิดทาง
7. ฤณสัจจะ (Ṛṇa-Satya - สัจจะในการบริหารหนี้สิน)
การกู้หนี้ยืมสินโดยไร้แผนงาน และการไม่รักษาสัจจะสัญญาในการชำระคืน
8. อหิงสาศาสตรา (Ahiṁsā-Śāstrā - การไม่ใช้อาวุธทำลายล้าง)
การผลิต สะสม หรือใช้อาวุธร้ายแรงเพื่อการเบียดเบียนและทำลายล้างเพื่อนมนุษย์
9. พฤกษรักษ์ (Vṛkṣa-Rakṣā - การคุ้มครองป่าและธรรมชาติ)
การตัดไม้ทำลายป่า เผาป่า และการทำลายระบบสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ
10. ปิตุมาตุอาจาริยเคารพ (Pitu-Mātu-Ācāriya Gaurava - ความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ)
การทอดทิ้งความกตัญญูกตเวทีต่อบิดามารดา ครูบาอาจารย์ และผู้มีพระคุณ
11. ษัฑอานารยวิถีเว้น (Ṣaḍ-Anāraya Vīthī Varjana - การเว้นจากทางเสื่อม 6 ประการ)
การมัวเมาในษัฑอานารยวิถี (หนทางแห่งความเสื่อม 6 ประการ) และการเล่นการพนันทุกรูปแบบ
12. มทสารเว้น (Mada-Sāra Varjana - การเว้นจากสิ่งมึนเมาและสารเสพติด)
การผลิต จำหน่าย หรือเสพดื่มสารเสพติดและสิ่งมึนเมาที่ทำลายสติปัญญา
13. สมตาธรรม (Samatā-Dharma - ความเสมอภาคแห่งมนุษยชาติ)
การแบ่งแยกชนชั้น วรรณะ ชาติพันธุ์ หรือการมองคนไม่เท่าเทียมกัน
14. เอกพรหมนิสถ์ (Eka-Brahma Niṣṭhā - การยึดมั่นในมหาพรหมองค์เดียว)
การงดกราบไหว้ภูตผีปีศาจ ซากสัตว์ ขอนไม้ หรือสิ่งงมงายไร้แก่นสาร โดยยึดมั่นในบารมีมหาพรหมองค์เดียวอย่างใจกว้าง และร่วมประเพณีศาสนาอื่นได้ด้วยมิตรภาพ
15. กาเมสุมิจฉาเว้น (Kāmesu-Micchā Varjana - การไม่ประพฤติผิดในกาม)
การประพฤติผิดในกาม การเบียดเบียนคู่ครองและลูกเมียผู้อื่น
16. สัจจะวาจา (Satya-Vācā - วาจาอันเป็นสัจธรรม)
การพูดโกหก ตลบแตลง สับปลับ หรือการใช้วาจาหลอกลวงผู้อื่น
17. อสเตยะ (Asteya - การไม่ลักขโมยและคดโกง)
การลักขโมย คดโกง ฉ้อราษฎร์หลวง หรือการเบียดเบียนเอาทรัพย์ผู้อื่นมาเป็นของตน
18. สรรพชีวอหิงสา (Sarva-Jīva Ahiṁsā - การไม่เบียดเบียนสรรพสัตว์)
การเบียดเบียน ทรมาน หรือล่าฆ่าสัตว์ป่าและสรรพสัตว์โดยไร้เหตุอันชอบธรรม
19. ศุจิธรรม (Śuci-Dharma - ความสะอาดบริสุทธิ์)
การละทิ้งความสะอาด ทั้งร่างกาย อาหารการกิน และความบริสุทธิ์ของสถานที่
20. อเวรคุณ (Avera-Guṇa - การให้อภัยและไร้ความพยาบาท)
การจมอยู่กับความพยาบาท จองเวร และการไม่รู้จักให้อภัยทาน
21. สติวิจารณญาณ (Smṛti-Vicāraṇā-Jñāna - การพิจารณาด้วยสติปัญญา)
การหลงเชื่อสิ่งใดๆ โดยงมงาย ปราศจากสติปัญญาและการพิจารณาไตร่ตรอง
22. จตุรปัจจัยรักษ์ (Catur-Paccaya Rakṣā - การรู้คุณค่าในปัจจัยสี่)
การไม่ทำลายหรือดูหมิ่นปัจจัยสี่ (อาหาร เสื้อผ้า ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัย) และการใช้อย่างรู้คุณค่า
23. วณิชสัจจะ (Vaṇic-Satya - การไม่หลอกลวงต้มตุ๋น)
การละเว้นจากการหลอกลวงต้มตุ๋นผู้ตกทุกข์ได้ยาก หรือหลอกลวงขายความเชื่อเพื่อหาประโยชน์ส่วนตน
24. อพละคุ้มครอง (Abala-Kumpong - การไม่ใช้อำนาจรังแกผู้แร้นแค้น)
การไม่ใช้อำนาจหรือสถานะที่เหนือกว่า ข่มขู่ คุกคาม หรือรังแกผู้แร้นแค้นและผู้ไม่มีทางสู้
25. ทุพพลรักษ์ (Dubbala-Rakṣā - การปกป้องดูแลผู้弱แอ)
การไม่ละเลยการปกป้องและดูแล เด็ก สตรี คนชรา และผู้พิการในสังคม
26. สังฆสามัคคี (Saṅgha-Sāmaggī - การสร้างความสามัคคีในชุมชน)
การละเว้นจากการทำลายหรือยุยงให้เกิดความแตกแยกในครอบครัวและชุมชน
27. มุทิตาวินิจฉัย (Muditā-Viniccaya - การละความอิจฉาริษยา)
การละเว้นจากอิจฉาริษยาในความเจริญของผู้อื่น แต่เปลี่ยนเป็นความยินดีและสร้างแรงบันดาลใจให้ตนเอง
28. โลกทรัพยรักษ์ (Loka-Dravya Rakṣā - การคุ้มครองทรัพยากรส่วนรวม)
การไม่แย่งชิง คดโกง หรือทำลายทรัพยากรธรรมชาติส่วนรวม (ผืนดิน แหล่งน้ำ อากาศ)
29. กาลปัญญา (Kāla-Paññā - ปัญญาในการปรับตัวตามกาลเวลา)
การไม่ละทิ้งปัญญาในการปรับตัวตามกาลเวลา และการไม่ดื้อดึงขัดขวางความเจริญทางปัญญาของโลก
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น