นิทานเรื่องอ้ายจำเรียนคนชั่ว

อยากจะให้ทิป/สนับสนุนบทความและนิทานของอ้ายจำเรียน/เต้นม้าด้วยการให้ติ้ปเพื่อเป็นกำลังใจในการทำคอนเทนต์ต่อไปได้ที่👇
พร้อมเพย์👉0892718015
เพลย์พาล👉0892718015
ทรูมันนี่วอเลท👉0892718015
เบอร์👉0892718015
จำเรียน จันทร์รักษา
แอดไลน์ไอดี tel0892718015

นิทานเรื่องอ้ายจำเรียนชอบฆ่าสัตว์ผลกรรมในชาตินี้
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายคนหนึ่งชื่อว่า *อ้ายจำเรียน* ซึ่งในอดีตชาติได้เกิดมาเป็นพราน เขาเป็นคนชำนาญในการล่าสัตว์ ป่าลึกและสัตว์ทุกตัวล้วนแต่หวาดกลัวเมื่อได้ยินชื่อของเขา อ้ายจำเรียนใช้ชีวิตไปกับการฆ่าสัตว์และตัดชีวิตเป็นประจำ โดยไม่เคยคิดถึงความเจ็บปวดหรือชีวิตที่สัตว์เหล่านั้นสูญเสียไป เขาเพียงแต่สนุกกับการล่าและภูมิใจในฝีมือของตน 

เพราะการกระทำในชาตินั้น อ้ายจำเรียนไม่ได้รู้เลยว่าเขากำลังสร้างกรรมหนักให้กับตัวเอง เขาผิดศีลข้อ *ปาณาติบาต* หรือข้อที่ว่าด้วยการไม่ฆ่าสัตว์ ไม่เบียดเบียนชีวิตผู้อื่น กรรมที่เขาสร้างนั้นได้สะสมเป็นเหมือนเงาที่ติดตามเขาไปในทุกภพทุกชาติ

เมื่อเวลาผ่านไป ชีวิตของเขาในอดีตชาติก็สิ้นสุดลง และเมื่อเขาเกิดใหม่ในชาตินี้ ผลกรรมที่เขาเคยก่อไว้ตามมาให้เขาได้ชดใช้ อ้ายจำเรียนเกิดมาพร้อมกับชีวิตที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก เขามักเจ็บป่วยบ่อย ๆ แม้จะรักษาอย่างไรอาการก็ดีขึ้นเพียงเล็กน้อยและคงอยู่ไม่นาน นอกจากนี้ เขามักจะถูกคนรอบข้างกลั่นแกล้งและเบียดเบียน เขาต้องทำงานหนักมากกว่าคนอื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งเล็กน้อย

วันหนึ่ง ขณะที่เขานั่งอยู่ริมแม่น้ำ กำลังครุ่นคิดถึงความทุกข์ที่ต้องเผชิญ ชายชราผู้หนึ่งเดินผ่านมาพอดี ชายชราสังเกตเห็นแววตาอันเต็มไปด้วยความสับสนและเศร้าหมองของอ้ายจำเรียน จึงเอ่ยถามว่า "เจ้ามีเรื่องทุกข์ใจอะไรรึ?" 

อ้ายจำเรียนเล่าถึงความทุกข์ของเขา และถามว่าทำไมชีวิตของเขาถึงเต็มไปด้วยอุปสรรคและความยากลำบากนัก ชายชรายิ้มอย่างใจดีและตอบว่า "เจ้ากำลังรับผลของกรรมที่เจ้าได้ก่อไว้ในอดีตชาติ ในชาติที่แล้วเจ้าล่าสัตว์และตัดชีวิตเป็นจำนวนมาก ชีวิตที่เจ้าเบียดเบียนเหล่านั้นจึงกลับมาเป็นเงาตามตัว ส่งผลให้เจ้าต้องเผชิญกับความเจ็บปวดและความทุกข์ในชาตินี้"

อ้ายจำเรียนฟังแล้วรู้สึกสำนึกผิดอย่างลึกซึ้ง เขารู้ทันทีว่าเขาไม่อาจแก้ไขสิ่งที่ทำไปในอดีตได้ แต่เขายังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันและอนาคต เขาจึงตั้งใจที่จะละเว้นจากการเบียดเบียนชีวิต ไม่ฆ่าสัตว์และหันมาช่วยเหลือสัตว์แทน เขาเริ่มจากการปลูกอาหารให้สัตว์ป่ารอบ ๆ หมู่บ้าน นำสัตว์ที่เจ็บป่วยมารักษาและปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ 

ผลจากการเปลี่ยนแปลงของเขาค่อย ๆ ปรากฏให้เห็น เขารู้สึกสงบในใจมากขึ้น ความเจ็บป่วยที่เคยเกิดขึ้นบ่อย ๆ ก็ลดลงทีละน้อย ชาวบ้านเริ่มยอมรับและช่วยเหลือเขา สัตว์หลายตัวเข้ามาหาเขาโดยไม่กลัวอีกต่อไป ชีวิตของอ้ายจำเรียนค่อย ๆ ดีขึ้น และเขาเข้าใจว่าการทำความดีในปัจจุบันจะนำไปสู่ผลที่ดีในภายภาคหน้า แม้บางครั้งผลของการกระทำอาจจะไม่เห็นทันที แต่สักวันหนึ่งสิ่งดีจะกลับมาหาเขาเช่นกัน

**นิทานเรื่องนี้สอนให้เราเข้าใจว่า**

การกระทำของเราในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการทำดีหรือการทำผิด ล้วนทิ้งร่องรอยที่อาจส่งผลต่อชีวิตในปัจจุบันหรืออนาคต ไม่เพียงแต่ในชาตินี้ หากแต่ยังส่งผลไปถึงชาติต่อ ๆ ไป หากเราสร้างกรรมดี สิ่งดีจะติดตามเราไปทุกภพทุกชาติ แต่หากเราทำกรรมชั่ว ผลแห่งกรรมนั้นจะคอยตามเราจนกว่าเราจะได้ชดใช้ ดังนั้น ขอให้เราเลือกที่จะทำสิ่งดีเพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้กับตนเองและผู้อื่น

นิทานเรื่องอ้ายจำเรียนเอา
หมาแมวปล่อยในวัด
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในหมู่บ้านเล็ก ๆ มีชายคนหนึ่งชื่อ *อ้ายจำเรียน* ซึ่งเลี้ยงหมาและแมวหลายตัวที่บ้าน เขาเลี้ยงสัตว์เหล่านี้เพียงเพราะความเบื่อ แต่เมื่อสัตว์เลี้ยงเริ่มเพิ่มจำนวนและต้องการการดูแลมากขึ้น เขากลับรู้สึกว่ามันเป็นภาระ เขาจึงตัดสินใจนำหมาและแมวทั้งหมดไปปล่อยทิ้งไว้ที่วัด โดยคิดว่าเมื่อไม่เห็นหน้าแล้ว ก็จะไม่ต้องรับผิดชอบอีกต่อไป

หลังจากที่อ้ายจำเรียนนำสัตว์ไปปล่อยไว้ เขารู้สึกโล่งใจและคิดว่าชีวิตจะง่ายขึ้น แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ ผลของการกระทำครั้งนี้จะตามมาในไม่ช้า และไม่เพียงในชีวิตปัจจุบัน หากแต่ยังส่งผลไปถึงชาติต่อ ๆ ไป

**ผลของการกระทำในปัจจุบัน**

ไม่นานหลังจากที่อ้ายจำเรียนปล่อยหมาและแมวที่วัด ความสงบสุขในชีวิตของเขาเริ่มแปรเปลี่ยน เขาสังเกตว่ามีเหตุการณ์แปลก ๆ เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น ของหายในบ้านเป็นประจำ สิ่งของพังโดยไม่มีสาเหตุ และแม้แต่เสียงแปลก ๆ ในยามค่ำคืน เขารู้สึกถึงความไม่สงบและกระสับกระส่าย ไม่ว่าจะพยายามแก้ไขอย่างไรก็ไม่สามารถทำให้ชีวิตกลับมาปกติได้

ไม่นานต่อมา อ้ายจำเรียนป่วยหนักโดยไม่ทราบสาเหตุ เขาต้องเข้ารักษาตัวและใช้เงินจำนวนมาก แพทย์และหมอดูแลอย่างไรก็ไม่หายขาด สุขภาพของเขาแย่ลงอย่างต่อเนื่อง ความทุกข์เริ่มทวีคูณจนเขารู้สึกเหมือนกำลังถูกผลกรรมตามสนอง

**ผลที่ส่งผลในครั้งต่อๆ ไป**

เมื่ออ้ายจำเรียนหายป่วยบางช่วง เขาพยายามหางานใหม่และหวังให้ชีวิตดีขึ้น แต่ทุกครั้งที่เริ่มทำงาน กลับมีอุปสรรคเข้ามาขัดขวาง ไม่ว่าจะเป็นปัญหากับหัวหน้างาน ลูกน้องที่ไม่ยอมร่วมมือ หรือเหตุการณ์ร้ายแรงที่มักเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญ ทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จในงานที่ทำ และไม่สามารถสร้างชีวิตที่มั่นคงได้

นอกจากนี้ ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างก็ค่อย ๆ แย่ลง บางคนที่เคยเป็นมิตรเริ่มห่างเหิน และหลายครั้งเขาต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวโดยไม่มีใครเข้าใจ ราวกับว่าเขาถูกทอดทิ้ง เช่นเดียวกับที่เขาเคยทอดทิ้งสัตว์ที่เขารับเลี้ยงไว้

**ผลที่ส่งผลในชาติต่อ ๆ ไป**

ตามหลักกรรม การกระทำของอ้ายจำเรียนไม่ได้สิ้นสุดลงในชาตินี้ หากแต่ยังเป็นเงาตามติดตัวเขาไปทุกภพทุกชาติ ในชาติต่อ ๆ ไป หากเขาเกิดใหม่ ผลของการทิ้งสัตว์ให้โดดเดี่ยวในครั้งนี้ อาจทำให้เขาเกิดมาในฐานะยากจน ไม่มีครอบครัวหรือคนรักใกล้ชิด หรืออาจต้องใช้ชีวิตที่ขัดสน ไม่มีคนช่วยเหลือ ยิ่งไปกว่านั้น เขาอาจถูกทอดทิ้งหรือไม่ได้รับความเมตตาจากคนรอบข้าง ไม่ว่าจะพยายามเชื่อมโยงสัมพันธ์กับใครก็มักมีอุปสรรคเข้ามาขัดขวาง ความเหงาและความรู้สึกโดดเดี่ยวจะติดตามเขาในทุกชาติทุกภพ

**บทเรียนจากเรื่องของอ้ายจำเรียน**

เรื่องราวของอ้ายจำเรียนสอนให้เรารู้ว่า การละทิ้งสัตว์หรือการทอดทิ้งสิ่งมีชีวิตที่ต้องพึ่งพาเราเป็นการก่อกรรมหนัก แม้จะดูเหมือนไม่มีผลในทันที แต่ผลกรรมเหล่านี้จะติดตามเราไปทั้งในปัจจุบันและในอนาคต จนกว่าเราจะได้ชดใช้หนี้กรรมที่ก่อไว้

หากเราเลือกที่จะดูแลสัตว์หรือคนรอบข้างด้วยความเมตตาและมีจิตใจที่รับผิดชอบ เราจะได้รับความรักและความเมตตากลับมาเช่นกัน การให้ความช่วยเหลือและดูแลกันนั้นไม่เพียงแต่ช่วยคนหรือสัตว์ที่เรารัก แต่ยังช่วยสร้างบุญกุศลให้กับเราในภพนี้และภพหน้า

นิทานเรื่องอ้ายจำเรียนตอนอาชีพมิจฉาชีพ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายคนหนึ่งชื่อ *อ้ายจำเรียน* ผู้ชอบเสาะหาช่องทางลัดในการหารายได้ เขามักจะหันไปใช้วิธีการโกงและหลอกลวงเพื่อเอาทรัพย์สินของผู้อื่นมาเป็นของตน เขาชำนาญในการใช้กลอุบายเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ บางครั้งเขาก็ปลอมแปลงเอกสาร บางครั้งก็ก่อเหตุลักทรัพย์ ทำให้มีรายได้โดยไม่ต้องทำงานหนัก อ้ายจำเรียนเห็นว่าการได้ทรัพย์มาแบบง่าย ๆ เช่นนี้เป็นสิ่งที่ได้เปรียบ จึงยึดอาชีพมิจฉาชีพโดยไม่ลังเล

แต่การกระทำของอ้ายจำเรียนที่ผิดศีล *ข้อที่สอง* ซึ่งว่าด้วยการไม่ลักขโมย ไม่โกงทรัพย์สินของผู้อื่น กลับนำมาซึ่งผลกรรมที่เขาต้องชดใช้ทั้งในปัจจุบัน ครั้งต่อ ๆ ไป และอาจจะติดตามเขาไปในชาติต่อ ๆ ไป

**ผลของการกระทำในปัจจุบัน**

ไม่นานหลังจากที่อ้ายจำเรียนหันมายึดอาชีพมิจฉาชีพ เขาเริ่มประสบปัญหาในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการถูกจับตามองจากคนรอบข้าง ชื่อเสียงของเขาเสียหายและไม่มีใครไว้วางใจ ในทุกที่ที่เขาไป ผู้คนเริ่มหวาดระแวงและสงสัยว่าเขาจะมาหลอกลวงหรือขโมยอะไรไปหรือไม่ นอกจากนี้ ทรัพย์สินที่ได้มาอย่างไม่สุจริตก็ไม่เคยอยู่กับเขาได้นาน ไม่ว่าจะมีเงินมากแค่ไหนก็ถูกใช้จ่ายไปอย่างรวดเร็ว หรือมีเรื่องให้ต้องเสียเงินอยู่เสมอ เขารู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นคอยดึงดูดโชคลาภออกไปจากชีวิต

ไม่นานนัก เขาถูกจับกุมในข้อหาลักทรัพย์และต้องเผชิญกับโทษจำคุก ความอับอายและความทุกข์ทรมานในคุกทำให้เขารู้สึกสำนึกผิด แต่ก็ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขสิ่งที่ทำลงไปแล้วได้ เขาต้องชดใช้กรรมด้วยการสูญเสียอิสรภาพและถูกขังเดี่ยวด้วยความโดดเดี่ยวและทนทุกข์

**ผลของการกระทำในครั้งต่อ ๆ ไป**

หลังจากพ้นโทษและพยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่ เขากลับพบว่าการหางานหรือการสร้างชีวิตใหม่เป็นเรื่องยาก ไม่มีใครยินดีต้อนรับหรือไว้วางใจให้เขาทำงานที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินหรือการเงิน แม้เขาจะพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่ชื่อเสียงที่เคยเสียหายยังตามติดเขาไป ไม่ว่าเขาจะพยายามกี่ครั้งก็ต้องเจอกับอุปสรรคหรือคนรอบข้างที่ไม่ไว้ใจ เขาใช้ชีวิตอย่างยากลำบากและต้องทำงานที่ได้ค่าแรงต่ำ ทำให้ชีวิตเต็มไปด้วยความขัดสน

นอกจากนี้ เขายังมีปัญหาในความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง มิตรภาพที่เคยมีกลับหายไป คนรอบข้างเริ่มห่างเหินและไม่ไว้วางใจเขา ความโดดเดี่ยวกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

**ผลของการกระทำในชาติต่อ ๆ ไป**

กรรมที่อ้ายจำเรียนก่อในชาตินี้ไม่ได้สิ้นสุดแค่ปัจจุบัน หากแต่ติดตามไปยังชาติต่อ ๆ ไป เมื่อเขาเกิดใหม่ เขาอาจจะต้องประสบกับความยากจนและขัดสน ไม่มีโชคลาภทางการเงิน หรือถูกเบียดเบียนจากผู้คนที่คิดจะเอาเปรียบเขา เช่นเดียวกับที่เขาเคยเอาเปรียบคนอื่น การที่เขาผิดศีลข้อที่สองด้วยการลักขโมยและหลอกลวง ทำให้เขาต้องรับกรรมด้วยการสูญเสียทรัพย์สินหรือโดนหลอกลวงซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

ในชาติต่อ ๆ ไป เขาอาจจะต้องทำงานหนักกว่าใคร ๆ เพื่อหาเลี้ยงตัวเอง และทรัพย์สินที่หามาได้ก็มักถูกสูญเสียไปอย่างรวดเร็ว หรือมีเรื่องให้เสียทรัพย์อยู่ตลอดเวลา ราวกับผลแห่งกรรมที่เขาสร้างไว้นั้นตามมาทวงคืนในทุกชาติทุกภพ ชีวิตของเขาอาจต้องเผชิญกับความยากจนและต้องอยู่อย่างขัดสนไร้ทรัพย์สิน โดยไม่มีทางให้หลีกเลี่ยง

**บทเรียนจากเรื่องของอ้ายจำเรียน**

เรื่องราวของอ้ายจำเรียนสอนให้เรารู้ว่า การโกงหรือลักขโมยแม้จะนำมาซึ่งความสำเร็จชั่วคราว แต่ผลกรรมของการกระทำนั้นจะติดตามเราไปทั้งในปัจจุบันและอนาคต กรรมอาจปรากฏให้เห็นในทันที หรืออาจตามมาส่งผลในชาติถัดไป 

หากเราอยากมีชีวิตที่ดี มีโชคลาภและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง เราควรตั้งใจรักษาศีล ไม่ลักขโมย และสร้างความสุจริตใจในทุกการกระทำ เพราะการทำดีและรักษาความถูกต้องจะนำมาซึ่งความสุข ความมั่นคง และโชคดีในชีวิต


นิทานเรื่องอ้ายจำเรียนตอน
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายชื่อ *อ้ายจำเรียน* ผู้มีนิสัย *หัวร้อน ขี้โมโห และเต็มไปด้วยโทสะ* เขามักจะโกรธง่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน เขาก็มักจะตะคอกเสียงดัง และบางครั้งถึงกับใช้กำลังเมื่อไม่พอใจ ความโกรธทำให้เขาเสียสติและทำร้ายคนรอบข้างโดยไม่ได้ตั้งใจ เขาไม่เคยไตร่ตรองคำพูดหรือการกระทำของตัวเอง ส่งผลให้มีเพื่อนน้อยและไม่มีใครกล้าเข้าหา

แม้อ้ายจำเรียนจะรู้สึกพอใจที่ได้ระบายความโกรธออกไป แต่เขาไม่รู้เลยว่าผลของการปล่อยโทสะจะย้อนกลับมาหาเขาในปัจจุบันและในอนาคต

**ผลของการกระทำในปัจจุบัน**

ในชีวิตประจำวัน อ้ายจำเรียนเริ่มรู้สึกโดดเดี่ยว เพราะคนรอบข้างเริ่มหวาดกลัวนิสัยหัวร้อนของเขา แม้จะเป็นเพื่อนหรือครอบครัว ก็พยายามหลีกเลี่ยงและรักษาระยะห่าง คนที่เคยไว้ใจและคบหาเริ่มปลีกตัวไปทีละคน ทำให้อ้ายจำเรียนรู้สึกขาดการสนับสนุนและขาดความอบอุ่นจากคนรอบข้าง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคนอื่นถึงหลีกเลี่ยงเขา ทั้งที่เขาเพียงแค่แสดงอารมณ์ตามธรรมชาติของตนเอง

วันหนึ่ง ขณะที่เขาเดินทางผ่านตลาด มีคนแซงคิวเขาโดยไม่ตั้งใจ อ้ายจำเรียนโกรธจัดและตะคอกใส่คนนั้นจนเกิดการทะเลาะวิวาท สุดท้ายอ้ายจำเรียนถูกแจ้งความและต้องจ่ายค่าปรับ เขาเสียทั้งเงินและยังเสียชื่อเสียง คนในหมู่บ้านต่างรู้กันว่าเขาเป็นคนหัวร้อน ทำให้คนยิ่งไม่อยากเข้าใกล้เขามากขึ้นไปอีก ชีวิตของเขาค่อย ๆ เงียบเหงาและไม่มีใครอยากยุ่งเกี่ยวด้วย

**ผลของการกระทำในครั้งต่อ ๆ ไป**

หลังจากเกิดเหตุการณ์ในตลาด อ้ายจำเรียนพยายามปรับปรุงตัวเองบ้าง แต่ความเคยชินที่ถูกปลูกฝังจากความโกรธยังคงทำให้เขาหลุดพ้นจากนิสัยหัวร้อนได้ยาก ช่วงเวลาที่เขาเริ่มมีความสัมพันธ์กับใครสักคน มิตรภาพเหล่านั้นมักจะพังทลายลงเพราะคำพูดรุนแรงและท่าทางที่ขาดการยับยั้งชั่งใจ คนที่พยายามจะช่วยเหลือก็รู้สึกท้อแท้และถอยห่างไปเรื่อย ๆ

นอกจากนี้ ความเครียดและความโกรธที่สะสมทำให้สุขภาพของเขาแย่ลง เขาปวดหัวบ่อย ๆ และเริ่มมีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับความดันโลหิตสูง แม้จะพยายามรักษาอาการเหล่านี้ก็กลับมาเป็นบ่อยครั้ง ความโกรธกลายเป็นเหมือนพิษที่ค่อย ๆ กัดกร่อนชีวิตและสุขภาพของเขาอย่างช้า ๆ

**ผลของการกระทำในชาติต่อ ๆ ไป**

กรรมจากการที่อ้ายจำเรียนปล่อยโทสะและขาดการยับยั้งชั่งใจในชาตินี้ไม่ได้จบแค่ชีวิตนี้ กรรมที่เขาก่อยังติดตามเขาไปในชาติถัด ๆ ไป ในภพหน้าเขาอาจเกิดมาเป็นคนที่ขาดการยับยั้งชั่งใจโดยธรรมชาติ หรือเป็นคนที่มีชีวิตที่เต็มไปด้วยอุปสรรคเพราะต้องเผชิญกับความโกรธที่คอยเข้ามาทำลายความสงบสุขในชีวิต ไม่ว่าจะพยายามสร้างสัมพันธ์ใด ๆ ก็ต้องพบกับความยากลำบาก คนรอบข้างอาจหลีกเลี่ยงเขาและไม่ไว้ใจ

นอกจากนี้ อ้ายจำเรียนอาจเกิดมาในสภาพแวดล้อมที่ขาดความรักและการสนับสนุนจากครอบครัวหรือเพื่อนฝูง ทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวตั้งแต่เด็ก เหมือนกับผลกรรมที่เขาทำให้คนรอบข้างต้องทนทุกข์และหวาดกลัวในชาตินี้ กรรมนี้จึงสะท้อนกลับมาให้เขาต้องรับรู้ถึงความทุกข์เช่นเดียวกันในชาติต่อ ๆ ไป

**บทเรียนจากเรื่องของอ้ายจำเรียน**

เรื่องราวของอ้ายจำเรียนสอนให้เรารู้ว่า ความโกรธและการขาดสติสามารถทำลายชีวิตเราและทำร้ายคนรอบข้างได้ ผลของการปล่อยโทสะไม่ได้จบแค่ในปัจจุบัน แต่จะติดตามเราไปในอนาคต ก่อให้เกิดปัญหาทั้งในด้านความสัมพันธ์ สุขภาพ และชีวิตความเป็นอยู่

หากเราฝึกฝนการยับยั้งชั่งใจและมีสติเมื่อเผชิญกับอารมณ์โกรธ เราจะสามารถสร้างชีวิตที่สงบสุข มีมิตรภาพที่ดี และไม่ต้องพบกับผลกรรมที่เกิดจากโทสะนั้นในชาตินี้และชาติต่อ ๆ ไป



นิทานเรื่องอ้ายจำเรียนตอนโลภะความโลภ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายชื่อ *อ้ายจำเรียน* ผู้มีนิสัย *โลภมาก* เขาอยากได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็น แม้บางสิ่งจะไม่ได้เป็นของเขา หรือไม่จำเป็นต้องมี เขาก็ยังอยากได้มาไว้ครอบครอง อ้ายจำเรียนมักจะแสวงหาวิธีการเพื่อให้ได้สิ่งที่ตนต้องการ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อผู้อื่น เขาไม่พอใจที่จะมีแค่พอใช้ไปวัน ๆ แต่ต้องการมีมากกว่าใคร ๆ

เขามักจะคิดหาวิธีเพื่อจะได้มาซึ่งทรัพย์สมบัติ ไม่ว่าจะโดยการเอาเปรียบเพื่อนร่วมงาน โกงคู่ค้าทางธุรกิจ หรือแม้แต่หลอกลวงคนรอบข้าง ทำให้เขาได้เงินทองมาอย่างมากมาย ทว่าผลของการกระทำที่เกิดจากความโลภจะตามสนองเขาอย่างที่เขาไม่ทันคาดคิด

**ผลของการกระทำในปัจจุบัน**

ไม่นานหลังจากที่อ้ายจำเรียนเริ่มสะสมทรัพย์สินด้วยความโลภ เขาเริ่มรู้สึกไม่สงบในจิตใจ ความโลภที่มีทำให้เขาเกิดความหวาดระแวง เขากลัวว่าทรัพย์สมบัติที่ได้มาจะถูกแย่งชิงไป ไม่ว่าใครจะเข้ามาใกล้เขา เขาก็มองว่าเป็นภัยไปเสียหมด จนถึงขั้นเริ่มเสียเพื่อนฝูง เพราะความไม่ไว้ใจและระแวงคนรอบตัวอยู่ตลอดเวลา

นอกจากนี้ เขาพบว่าทรัพย์สมบัติที่สะสมมานั้นไม่สามารถนำมาซื้อความสุขที่แท้จริงได้ แม้จะมีเงินมากแค่ไหน แต่เขายังคงรู้สึกว่าต้องการมากขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่เคยพอใจในสิ่งที่มี ชีวิตของเขากลายเป็นเหมือนติดกับดักแห่งความโลภ ไม่มีความสุขและเต็มไปด้วยความกังวล

**ผลของการกระทำในครั้งต่อ ๆ ไป**

ในเวลาต่อมา ความโลภของอ้ายจำเรียนทำให้เขาต้องประสบปัญหาใหญ่ มีคนที่เคยถูกเขาเอาเปรียบกลับมาเรียกร้องความเป็นธรรม บางคนที่เคยถูกเขาโกงได้รวบรวมพยานหลักฐานและนำไปฟ้องร้องเขาในชั้นศาล อ้ายจำเรียนสูญเสียทรัพย์สินที่สะสมมาและต้องเผชิญกับการเสียชื่อเสียง อีกทั้งเขาต้องจ่ายค่าปรับมหาศาลจนทรัพย์สินที่สะสมมากลายเป็นศูนย์ภายในพริบตา ชีวิตที่เคยฟุ้งเฟ้อด้วยความมั่งคั่ง กลับต้องลำบากและตกอยู่ในฐานะยากจน เขาไม่เหลือสิ่งใดเลยนอกจากความทุกข์

จากความโลภที่เคยมี ทำให้อ้ายจำเรียนต้องเผชิญกับชีวิตที่ขัดสน และไม่มีใครอยากช่วยเหลือหรือให้การสนับสนุน เพราะเขาเคยสร้างความทุกข์ให้กับคนอื่นมากมาย แม้จะพยายามเริ่มต้นใหม่ แต่ความโลภที่สะสมมาได้เปลี่ยนชีวิตของเขาไปอย่างถาวร

**ผลของการกระทำในชาติต่อ ๆ ไป**

กรรมจากความโลภในชาตินี้ไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้ มันจะติดตามอ้ายจำเรียนไปยังชาติต่อ ๆ ไป ในชาติภพหน้า เขาอาจจะเกิดมาในสภาพแวดล้อมที่ขัดสนและขาดแคลนโดยธรรมชาติ หรือเกิดมาพร้อมความรู้สึกไม่พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่เสมอ ชีวิตจะเต็มไปด้วยการดิ้นรนและพยายามหาทรัพย์สิน แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ก็ไม่สามารถสร้างความมั่นคงหรือความสุขที่แท้จริงได้

อาจมีการเกิดใหม่ที่ทำให้อ้ายจำเรียนต้องอยู่ในฐานะที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกเบียดเบียนจากคนอื่นในลักษณะเดียวกับที่เขาเคยทำมาก่อน ชีวิตที่ติดอยู่ในวงจรของความโลภจะทำให้เขารู้สึกทุกข์ใจ และเต็มไปด้วยความวุ่นวายใจ ไม่มีความสงบสุขและความพอใจในชีวิต

**บทเรียนจากเรื่องของอ้ายจำเรียน**

เรื่องของอ้ายจำเรียนเตือนให้เราเห็นว่าความโลภไม่เคยทำให้ใครมีความสุขจริง แม้จะมีทรัพย์สินมากมาย แต่เมื่อจิตใจเต็มไปด้วยความโลภและความไม่พอเพียง ก็ไม่อาจพบความสุขที่แท้จริงได้ ความโลภยังเป็นการสร้างกรรมที่หนักหนา เพราะมันผลักดันให้เราทำสิ่งที่ผิด จนส่งผลให้ต้องชดใช้กรรมทั้งในชาตินี้และชาติต่อ ๆ ไป 

หากเรารู้จักพอใจในสิ่งที่มี และใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ยึดติดกับทรัพย์สินหรือความอยากได้อยากมี ชีวิตจะมีความสงบสุขและปราศจากความทุกข์ที่เกิดจากความโลภ


นิทานเรื่องอ้ายจำเรียนตอนแก้งมิจฉาชีพ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายชื่อ *อ้ายจำเรียน* เขาเป็นคนที่ชอบฝันถึงความร่ำรวยและต้องการความสำเร็จทางการเงินแบบรวดเร็ว แต่ด้วยความ *โมหะ* หรือความหลงผิดที่อยู่ในใจ เขามักจะเชื่อในสิ่งที่ฟังดูดีเกินจริง และไม่ค่อยพิจารณาหรือตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบ

วันหนึ่ง อ้ายจำเรียนได้พบกับกลุ่มคนที่อ้างว่าจะช่วยให้เขาร่ำรวยในเวลาอันสั้นโดยการลงทุนในธุรกิจที่มีผลตอบแทนสูงมาก คนกลุ่มนี้บอกกับเขาว่าการลงทุนครั้งนี้เป็นโอกาสพิเศษที่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นจะได้เข้าร่วม พวกเขาโน้มน้าวเขาว่าผู้ที่ลงทุนก่อนจะได้รับเงินคืนเป็นเท่าทวีคูณ พร้อมยืนยันด้วยภาพลวงตาของความหรูหราและความสำเร็จ อ้ายจำเรียนถูกล่อลวงด้วยความฝันที่จะรวยอย่างรวดเร็ว จึงตกลงใจนำเงินทั้งหมดที่มีมาลงทุน

**ผลของการกระทำในปัจจุบัน**

ไม่นานหลังจากที่เขาลงทุนไป อ้ายจำเรียนเริ่มสังเกตเห็นว่าธุรกิจนี้ไม่เป็นไปตามที่คุยไว้ เขารอคอยเงินปันผลอยู่หลายเดือน แต่ก็ไม่ได้รับเงินคืนตามที่สัญญาไว้ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเขาติดต่อขอคำอธิบายจากคนกลุ่มนั้น พวกเขากลับเงียบหายไป ไม่มีใครรับสาย หรือบางคนก็อ้างเหตุผลต่าง ๆ นานา อ้ายจำเรียนจึงเริ่มตระหนักได้ว่าตนเองถูกหลอกแล้ว 

ในที่สุด เขาสูญเสียเงินทั้งหมดที่เคยมีไป การถูกหลอกเช่นนี้ทำให้เขาไม่เพียงแค่สูญเสียเงิน แต่ยังรู้สึกโกรธและผิดหวังในตัวเองที่หลงเชื่อคำหลอกลวงโดยไม่ไตร่ตรอง ความหลงผิดทำให้เขาต้องพบกับความยากจนและต้องเริ่มต้นใหม่อย่างยากลำบาก นอกจากนี้ เขายังกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของคนรอบข้าง บางคนเห็นใจ แต่บางคนก็มองว่าเขาเป็นคนโลภที่หวังรวยทางลัด ทำให้เขายิ่งรู้สึกอับอายและโดดเดี่ยว

**ผลของการกระทำในครั้งต่อ ๆ ไป**

หลังจากเหตุการณ์นี้ผ่านไป อ้ายจำเรียนยังคงต้องเผชิญกับผลกรรมที่เกิดจากความหลงผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในทุกครั้งที่เขาพยายามสร้างฐานะใหม่ เขามักจะพบเจอกับอุปสรรคและความล้มเหลวซ้ำ ๆ เขาไม่สามารถรักษาทรัพย์สินไว้ได้นาน เพราะมักถูกหลอกให้ลงทุนในสิ่งที่ไม่คุ้มค่าเสมอ หรือไม่ก็ถูกชักจูงไปในทางที่เสียหายอย่างง่ายดาย ความหลงผิดในความคิดของเขาทำให้เขาต้องเสียทรัพย์สินและล้มเหลวอยู่บ่อยครั้ง เขาไม่สามารถหลุดพ้นจากวงจรนี้ได้

ยิ่งไปกว่านั้น เขาเริ่มสูญเสียความไว้วางใจจากคนรอบข้าง เพราะทุกครั้งที่เขาเลือกทางเดินชีวิต เขามักเลือกไปในทางที่ผิดและพลาดพลังการสนับสนุนจากคนรอบตัว ความหลงผิดนั้นกัดกินชีวิตของเขาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาต้องเผชิญกับความยากลำบากและความสิ้นหวัง

**ผลของการกระทำในชาติต่อ ๆ ไป
กรรมที่เกิดจากความหลงผิดและการหลงเชื่อในสิ่งที่ผิดในชาตินี้ไม่ได้สิ้นสุดเพียงแค่ชีวิตนี้ กรรมเหล่านี้จะติดตามอ้ายจำเรียนไปยังชาติต่อ ๆ ไป ในชาติภพหน้า เขาอาจจะเกิดมาเป็นคนที่มีสติปัญญาไม่เฉียบคม ขาดความสามารถในการแยกแยะสิ่งที่ดีและสิ่งที่เป็นอันตราย เขาจะมีชีวิตที่ต้องตกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำให้เขาหลงผิดง่าย ๆ ถูกหลอกลวงจากคนรอบข้างหรือถูกใช้ประโยชน์โดยที่ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้

นอกจากนี้ เขาอาจเกิดมาในสภาพแวดล้อมที่ขาดทรัพย์สินและต้องดิ้นรนหาเลี้ยงตัวเอง แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างความมั่นคงในชีวิตได้ เพราะความหลงผิดทำให้เขาตกลงในทางเลือกที่ผิดพลาดอยู่เสมอ วงจรแห่งความหลงผิดยังคงติดตามเขาในทุกภพทุกชาติ ทำให้ต้องเผชิญกับชีวิตที่ขาดความมั่นคงและขาดความสุข

**บทเรียนจากเรื่องของอ้ายจำเรียน**

เรื่องราวของอ้ายจำเรียนเป็นเครื่องเตือนใจว่า ความหลงผิดหรือโมหะทำให้เรามองไม่เห็นความจริงและกลายเป็นเหยื่อของคำหลอกลวงได้ง่าย หากเราไม่มีสติและปัญญาที่จะพิจารณาและไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน เราอาจตกลงในทางที่ผิดและต้องเผชิญกับความทุกข์

การรักษาสติและปัญญาคือสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้เรามองเห็นความจริงและป้องกันตัวเองจากการถูกหลอกลวง การมีสติในทุกการตัดสินใจจะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงการตกอยู่ในวงจรของความหลงผิดและไม่ต้องเผชิญกับผลกรรมที่จะตามมาในอนาคต

นิทานเรื่องอ้ายจำเรียนตอน
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายชื่อ *อ้ายจำเรียน* ซึ่งเป็นทนายผู้มีทักษะในกฎหมายและได้รับความไว้วางใจจากหลาย ๆ คน เขามีลูกความมากมายที่เชื่อถือในฝีมือของเขา รวมถึง *เจ้ปอย* หญิงผู้ใจดีและเปรียบเสมือนผู้มีพระคุณของอ้ายจำเรียน เจ้ปอยสนับสนุนเขาในช่วงที่เขาเริ่มต้นอาชีพทนาย ให้คำแนะนำ และช่วยเหลือเขาในด้านต่าง ๆ จนอ้ายจำเรียนเติบโตในอาชีพได้สำเร็จ

วันหนึ่ง อ้ายจำเรียนเริ่มคิดถึงการหาเงินเพิ่มอย่างรวดเร็วด้วยวิธีที่ไม่สุจริต เขาอยากร่ำรวยโดยไม่ต้องทำงานหนัก เขาจึงคิดแผนที่จะ *หลอกเอาเงินของเจ้ปอย* เขาบอกกับเจ้ปอยว่ามีโอกาสการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงมาก ถ้าเจ้ปอยนำเงินมาลงทุนกับเขา จะได้รับผลตอบแทนจำนวนมหาศาล เจ้ปอยซึ่งไว้ใจอ้ายจำเรียนเต็มที่จึงตัดสินใจนำเงินกว่า 70 ล้านบาทให้เขาไปเพื่อการลงทุน

แต่แทนที่อ้ายจำเรียนจะนำเงินไปลงทุน เขากลับเอาเงินทั้งหมดไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเพื่อความสุขของตนเอง เมื่อเจ้ปอยขอหลักฐานการลงทุนหรือผลตอบแทน อ้ายจำเรียนกลับปฏิเสธและอ้างว่าเงินนั้นเป็นเงินที่เจ้ปอยให้เขาด้วยความเสน่หา โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทำให้เจ้ปอยเริ่มรู้สึกแคลงใจและทุกข์ใจจากการกระทำของคนที่เธอเคยช่วยเหลือ

**ผลของการกระทำในปัจจุบัน**

เมื่อเจ้ปอยเริ่มรู้ความจริง เธอรู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก เพราะเธอไว้ใจอ้ายจำเรียนและเห็นเขาเป็นเหมือนลูกชายคนหนึ่ง เธอจึงตัดสินใจแจ้งความเพื่อเอาผิดกับเขาและเรียกร้องความยุติธรรม อ้ายจำเรียนถูกฟ้องและต้องเผชิญหน้ากับกระบวนการทางกฎหมายที่เขาคิดว่าจะสามารถหลบเลี่ยงได้ แต่สุดท้ายเขาไม่สามารถหนีผลกรรมจากการกระทำของตัวเองได้

อ้ายจำเรียนถูกตัดสินให้ชดใช้เงินทั้งหมดที่หลอกลวงไป พร้อมกับถูกยึดทรัพย์สินเพื่อชดเชยความเสียหายที่เขาก่อไว้ นอกจากนี้ เขายังถูกตัดสิทธิ์จากการเป็นทนาย สูญเสียอาชีพที่เคยทำได้ดี ชื่อเสียงของเขาถูกทำลายจนหมดสิ้น ไม่สามารถกลับมาเริ่มต้นใหม่ในวงการกฎหมายได้อีก ผู้คนรอบตัวเขารู้ถึงการกระทำผิดของเขาและหลีกเลี่ยงการคบหากับเขา อ้ายจำเรียนต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวและชีวิตที่ตกต่ำเพราะการกระทำที่ไม่ซื่อสัตย์

**ผลของการกระทำในครั้งต่อ ๆ ไป**

แม้ว่าอ้ายจำเรียนจะพยายามหางานอื่นทำเพื่อเริ่มต้นใหม่ แต่ด้วยชื่อเสียงที่เสียหาย เขาไม่สามารถหางานดี ๆ ที่ต้องการได้ ชีวิตของเขากลายเป็นการดิ้นรนและขาดความมั่นคง จากที่เคยมีความสุขสบาย กลับต้องมาอยู่ในสภาพที่ยากลำบากและมีหนี้สินติดตัว การกระทำที่ไม่ซื่อสัตย์ทำให้เขาต้องประสบปัญหาทางการเงินและไม่มีใครไว้ใจให้ความช่วยเหลือ

นอกจากนี้ เขามักพบเจอแต่คนที่ไม่จริงใจ และมักถูกหลอกกลับหรือถูกเบียดเบียนจากคนที่เห็นแก่ตัวเช่นเดียวกับเขา เหมือนกับว่าเขาต้องชดใช้กรรมที่เคยกระทำไว้กับเจ้ปอย ในทุก ๆ ครั้งที่เขาพยายามสร้างความมั่นคงหรือความสุข ก็มักจะถูกขัดขวางจากคนที่เห็นแก่ตัวและไม่ซื่อสัตย์

**ผลของการกระทำในชาติต่อ ๆ ไป**

กรรมจากการหลอกลวงและความเนรคุณต่อผู้มีพระคุณยังคงติดตามอ้ายจำเรียนไปในภพหน้า เขาอาจเกิดมาในฐานะที่ขัดสนโดยธรรมชาติ ขาดทรัพย์สินและต้องดิ้นรนหาเลี้ยงตัวเองอย่างลำบาก ในชาติต่อ ๆ ไป เขาอาจต้องเผชิญกับการถูกหลอกและถูกเอาเปรียบจากคนรอบข้าง ต้องพบกับชีวิตที่ขาดความมั่นคงและขาดความไว้วางใจจากผู้อื่น 

นอกจากนี้ เขาอาจเกิดมาในภพหน้าพร้อมความทุกข์จากการที่ไม่มีคนรอบข้างที่รักและสนับสนุน ต้องใช้ชีวิตที่ขาดความอบอุ่นใจและต้องเผชิญกับความเดียวดายและอุปสรรคที่ไม่สิ้นสุด เหมือนกับผลกรรมที่เขาได้ทำไว้กับผู้มีพระคุณอย่างเจ้ปอย ความเนรคุณและการไม่ซื่อสัตย์กลายเป็นบ่วงกรรมที่ติดตามเขาไปทุกภพทุกชาติ

**บทเรียนจากเรื่องของอ้ายจำเรียน**

เรื่องของอ้ายจำเรียนเตือนให้เรารู้ว่า การซื่อสัตย์และความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณเป็นคุณธรรมที่สำคัญ หากเราทำร้ายหรือเอาเปรียบผู้ที่เคยช่วยเหลือเรา ผลกรรมจะย้อนกลับมาหาเราอย่างรวดเร็ว การมีจิตใจที่โลภและไม่ซื่อสัตย์อาจนำพาเราสู่ความล่มจมทั้งในปัจจุบันและอนาคต

การรักษาความซื่อสัตย์และกตัญญูในชีวิตจะช่วยให้เรามีความสุขและความสงบ หากเราเลือกทำสิ่งที่ดีและถูกต้อง ชีวิตจะไม่ต้องเผชิญกับผลกรรมที่เลวร้ายในภพนี้และภพหน้า

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม