นิทานเรื่องน้องแก้มนั่งอุจจาระในป่าอ้อย

**นิทานเรื่อง: กิฟฟารีนโดยพญา**  

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในอาณาจักรเขียวขจีที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสูง มีสัตว์นานาชนิดอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข หนึ่งในนั้นคือ *พญากิฟฟารีน* สัตว์วิเศษที่มีรูปร่างสง่างาม ดวงตาเปล่งประกายดั่งดาว และเสียงร้องที่สามารถปลุกป่าเขาให้ตื่น  

พญากิฟฟารีนมีภารกิจสำคัญ คือการมอบของวิเศษที่เรียกว่า "เมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง" ให้แก่เหล่าสัตว์ที่ต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ เมล็ดพันธุ์เหล่านี้มีพลังที่จะเปลี่ยนชีวิตของผู้ที่ปลูกให้เจริญรุ่งเรือง  

วันหนึ่ง มีนกตัวเล็กชื่อ *จิ๊บจ้อย* มาหาพญากิฟฟารีนพร้อมกับปัญหาใหญ่  
"พญากิฟฟารีน ข้าอาศัยอยู่ในรังเก่าที่ใกล้จะพัง แต่ข้าไม่มีแรงจะบินไปหาที่อยู่ใหม่ ท่านช่วยข้าทีได้ไหม?"  

พญากิฟฟารีนมอบเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังให้จิ๊บจ้อยพร้อมคำสอน  
"จงใช้ความเพียรและศรัทธาปลูกเมล็ดพันธุ์นี้ แล้วเจ้าจะพบทางออกของปัญหา"  

จิ๊บจ้อยนำเมล็ดพันธุ์นั้นกลับไปปลูกใกล้รังของมัน มันรดน้ำและดูแลต้นไม้ทุกวัน แม้จะเหนื่อยล้าจากพายุและความแห้งแล้ง แต่จิ๊บจ้อยไม่ย่อท้อ จนในที่สุด เมล็ดพันธุ์เติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ที่มีรากแข็งแรงและให้ร่มเงาอันอบอุ่น  

ต้นไม้ต้นนั้นกลายเป็นบ้านใหม่ของจิ๊บจ้อย และยังเป็นที่พักพิงให้สัตว์อื่น ๆ ในป่าด้วย ทุกตัวต่างพากันชื่นชมความเพียรของจิ๊บจ้อยและพญากิฟฟารีนที่มอบของวิเศษให้มัน  

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความหวังและความเพียรเป็นสิ่งสำคัญในการเปลี่ยนแปลงชีวิต และหากเราใช้โอกาสที่ได้รับอย่างถูกต้อง เราสามารถสร้างสิ่งดีงามให้ทั้งตัวเองและผู้อื่นได้  

**จบ**
นิทานอ้ายจำเรียนเห็นน้องแก้มนั่งถ่ายอุจจาระในป่าอ้อย
ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง มีชายหนุ่มชื่ออ้ายจำเรียน เขาเป็นคนขยันและรักธรรมชาติ ชอบไปทำงานที่ไร่อ้อยทุกวัน เพราะที่ไร่อ้อยนั้นเต็มไปด้วยความเขียวขจีของต้นอ้อยที่ล้อมรอบไปหมด วันหนึ่ง อ้ายจำเรียนกำลังทำงานอยู่ที่ไร่อ้อย และเดินไปในทางที่ไม่คุ้นเคย จนกระทั่งเขาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ใต้ต้นอ้อยขนาดใหญ่ เธอมีใบหน้าหวานและผมยาวสลวย นั่นคือน้องแก้มที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

อ้ายจำเรียนตกใจเล็กน้อย เพราะน้องแก้มกำลังนั่งปลดทุกข์อยู่ ซึ่งที่ไร่อ้อยนั้นไม่มีห้องส้วมให้ใช้ เขาไม่อยากจะทำให้เธอลำบากใจ จึงรีบเดินกลับไปห่างๆ แล้วหาทางช่วยเหลือ

"เอ่อ... น้องครับ ถ้าไม่มีห้องส้วมใช่ไหม ผมพอจะช่วยหาทางให้คุณได้" อ้ายจำเรียนพูดอย่างสุภาพ

น้องแก้มยิ้มละไมและขอบคุณเขา "ขอบคุณค่ะ... จริงๆ แล้วมันก็เป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่แล้ว ที่ไร่อ้อยก็ไม่มีทางเลือก"

อ้ายจำเรียนคิดในใจว่า เขาคงจะช่วยน้องแก้มด้วยการหาทางสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับไร่อ้อย เพื่อให้ทุกคนที่มาทำงานไม่ต้องลำบากแบบนี้

จากวันนั้น อ้ายจำเรียนและน้องแก้มเริ่มมีโอกาสได้พบกันบ่อยขึ้น เพราะการสร้างห้องส้วมให้กับไร่อ้อยทำให้พวกเขาได้ร่วมมือกัน และค่อยๆ สานสัมพันธ์กันจนกลายเป็นความรักที่งดงาม

"ขอบคุณที่ทำให้ไร่อ้อยของเราดีขึ้นค่ะ" น้องแก้มกล่าวด้วยความซาบซึ้ง

"ไม่เป็นไรครับ ผมดีใจที่ได้ช่วย" อ้ายจำเรียนตอบ และมองน้องแก้มด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น

และจากนั้นทั้งสองก็เริ่มต้นชีวิตคู่ที่เต็มไปด้วยความสุข ร่วมกันดูแลไร่อ้อยและสร้างชีวิตใหม่ที่ยั่งยืนไปด้วยกัน

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม