นิทานเรื่องผีกินตับ
นิทานเรื่องผีกินตับ
นิทานเรื่อง "ผีกินตับ" เป็นเรื่องเล่าจากภูมิภาคอีสานในประเทศไทย โดยมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับผีชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า "ผีกองกอย" ซึ่งมีลักษณะเป็นผู้หญิงตัวเล็ก มีผมยาวเหมือนแม่มด และมักขโมยปลาในห้วยของผู้ชายที่ทำนา เมื่อผู้ชายนั้นโมโหและพยายามจับผี แต่ผีกองกอยกลับจับเขาไปขังไว้ที่ถ้ำของมัน และบังคับให้เขาเป็นผัวของมัน.
ผีกองกอยมักขโมยปลาและทำร้ายผู้ชายที่ทำนา โดยมีคนเชื่อว่าผีชนิดนี้จะสิงอยู่ในตัวคนและกินตับไตไส้พุงจนหมด ทำให้คนที่ถูกผีสิงตายไป.
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าความโลภและความไม่อดทนจะนำไปสู่ความสูญเสีย และมีความเชื่อเรื่องผีชนิดต่างๆ ในประเทศไทยที่มีความเชื่อและความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด.
นิทานเรื่องผีบ้านร้าง
ในย่านชานเมืองอันเงียบสงบ มีบ้านร้างหลังหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความมืดมิดและความลึกลับ ตำนานเล่าขานว่าบ้านหลังนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัวที่ร่ำรวย แต่โชคร้ายที่ประสบกับโศกนาฏกรรมอันน่าสยดสยอง
หลายปีก่อน ครอบครัวนี้ได้ถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมโดยคนร้ายที่ไม่รู้จัก ศพของพวกเขาถูกพบในสภาพที่น่าสยดสยองทั่วทั้งบ้าน ตั้งแต่นั้นมา บ้านร้างหลังนี้ก็กลายเป็นสถานที่ที่น่าขนลุกขนพอง ผู้คนเล่าลือกันว่าวิญญาณของครอบครัวที่ถูกฆาตกรรมยังคงวนเวียนอยู่ในบ้านหลังนี้
คืนหนึ่ง กลุ่มวัยรุ่นที่กล้าหาญตัดสินใจที่จะสำรวจบ้านร้างหลังนี้ พวกเขาได้ยินเสียงแปลกๆ และเห็นเงาแวบผ่านไปมาในความมืด พวกเขารู้สึกขนลุกขนพอง แต่ก็ยังคงสำรวจต่อไป
ขณะที่พวกเขากำลังสำรวจห้องนอนชั้นบน พวกเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง พวกเขารีบวิ่งไปที่ต้นเสียงและพบว่าเพื่อนของพวกเขาคนหนึ่งนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น มีรอยข่วนลึกๆ บนร่างกายของเขา
วัยรุ่นที่เหลือตกใจกลัวและวิ่งหนีออกจากบ้านร้างหลังนั้นโดยไม่หันหลังกลับ พวกเขาไม่เคยกลับไปที่บ้านหลังนั้นอีกเลย และตำนานของบ้านร้างก็ยังคงเล่าขานกันต่อไป
จนกระทั่งวันหนึ่ง มีนักล่าผีกลุ่มหนึ่งตัดสินใจที่จะเข้าไปสำรวจบ้านร้างหลังนี้ พวกเขาติดตั้งกล้องและอุปกรณ์ตรวจจับวิญญาณไว้ทั่วทั้งบ้าน และในคืนนั้น พวกเขาก็ได้บันทึกสิ่งที่น่าขนลุกขนพอง
ในวิดีโอที่บันทึกได้ พวกเขาเห็นเงาแวบผ่านไปมาในความมืด ได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงกระซิบที่อธิบายไม่ได้ และที่น่าขนลุกที่สุดคือ พวกเขาเห็นภาพของครอบครัวที่ถูกฆาตกรรมปรากฏขึ้นบนหน้าจอกล้อง
นักล่าผีตกใจกลัวและรีบหนีออกจากบ้านร้างหลังนั้น พวกเขาไม่เคยกลับไปที่บ้านหลังนั้นอีกเลย และตำนานของบ้านร้างก็ยังคงเล่าขานกันต่อไปจนถึงทุกวันนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น