นิทานเรื่องสิงโตกับหนู

นิทานอีสป ราชสีห์กับหนู

ราชสีห์เจ้าป่ากำลังนอนหลับอย่างสบายใจ หนูตัวหนึ่งวิ่งซุกซนจนเผลอไต่ขึ้นไปบนร่างของราชสีห์ ทำให้ราชสีห์ตื่นและร้องคำรามด้วยความโกรธ จึงตะปบหนูไว้ในกรงเล็บ หนูตกใจกลัวจนตัวสั่น พร้อมร้องขอชีวิตและกล่าวว่า หากปล่อยตัวเองไป ในวันข้างหน้าอาจสามารถช่วยเหลือราชสีห์ได้ แม้ราชสีห์จะหัวเราะเยาะ แต่ก็ยอมปล่อยหนูไป ต่อมาวันหนึ่งราชสีห์ออกล่าเหยื่อแล้วพลาดท่าติดบ่วงของนายพราน พยายามดิ้นเท่าไรก็ดิ้นไม่หลุด หนูได้ยินเสียงร้องของราชสีห์จึงเข้ามาช่วยเหลือด้วยการกัดแทะบ่วงจนขาด ทำให้ราชสีห์รอดชีวิตมาได้ จากความช่วยเหลือของหนูตัวเล็กๆ นั่นเอง
คติสอนใจ : อย่าดูแคลนผู้ใดว่าไร้ค่า คนเล็กๆ อาจทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ในวันหนึ่ง





นิทานเรื่องต้นโอ้กกับต้นอ้อ

    ณ บึงน้ำแห่งหนึ่ง มีต้นโอ๊กใหญ่ขึ้นแผ่กิ่งก้านอยู่ริมฝั่งและมีต้นอ้อขั้นอยู่ในน้ำ เวลามีลมพัดมา ต้นอ้อก็เอนลู่ไปตามลม ต้นโอ๊กจึงพูดขึ้นว่า " เจ้านี่ช่างไม่กล้าหาญเอาซะเลย ขนาดลมพัดเบา ๆ ก็ยังโอนเอนตาม ดุข้าสิ ไม่ว่าประจันหน้ากับอะไร ข้าก็ตั้งตรงไม่หวาดหวั่น "

    และแล้วในคืนนั้น เกิดมีลมพายุพัดโหมกระหน่ำครั้งใหญ่ ต้นโอ๊กพยายามยืนต้านแรงพายุ แต่ก็ต้านไม่ไหวจนหักโค่นลงในที่สุด ส่วนต้นอ้อนั้น เมื่อพายุพัดผ่านไปก็ชูใบขึ้นตามเดิม ต้นอ้อเห็นสภาพของต้นโอ๊กจึงพูดว่า " การที่ข้าเจียมตัวว่าอ่อนแอ เอนลู่ไปตามลม ก็ยังดีกว่าเจ้าที่ทะนงตนว่าแข็งแรงจนพบจุดจบเช่นนี้ ".

 ทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :: การโอนอ่อนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ดีกว่าแข็งกร้าวบ้าบิ่นจนเกิดอันตราย



นิทานเรื่องหมาป่ากับไก่


นิทานเรื่องหมากับไก่

     หมากับไก่เป็นเพื่อนรักกันมานาน    วันหนึ่ง  สัตว์ทั้งสองเดินทางไปด้วยกัน  เมื่อค่ำลงจึงแวะพักแรมที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง  ไก่บินขึ้นไปนอนบนกิ่งไม้  ส่วนหมานอนกิ่งไม้  ส่วนหมานอนที่โคนต้อนไม้  ครั้นฟ้าสางไก่ก็โก่งคอขันรับอรุณ  " เอ้ก อี้ เอ้ก เอ้ก "  หมาจิ้งจอกได้ยินเสียงก็นึกอยากกินไก่ จึงคิดอุบายเดินไปที่ต้นไม้ใหญ่แล้วพูดกับไก่ว่า  " เสียงของเจ้าไพเราะเหลือเกิน  ได้โปรดลงมาร่วมร้องเพลงกับข้าหน่อยได้ไหม "

      ไก่รู้ทันเล่ห์กลหมาจิ้งจอกจึงตอบว่า " ได้สิ แต่ที่ใต้ต้นไม้ไม่มีตัวอะไรไม่รู้นอนขวางทางอยู่  เจ้าช่วยไล่ไปให้พ้นก่อนสิ "  หมาจิ้งจอกคิดว่าไก่หลงกลจึงตรงไปที่โคนต้นไม้  ทำให้เจ้าหมาตกใจตื่นและกระโจน เข้ากัดหมาจิ้งจอกจนตาย.

  นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ::เมื่อเผชิญอันตรายอย่างมีสติและไหวพริบย่อมช่วยให้ตนพ้นภัย


นิทานเรื่องควายกับเกลียวน


        ควายคู่หนึ่งลากเกวียนหนักมาตลอดทางเป็นหลุมเป็นบ่อในชนบท พวกมันออกแรงทั้งหมดเพื่อดึงเกวียน แต่พวกมันก็หาได้บ่นอิดออดอันใดไม่

        ส่วนบ้อเกวียนนั้นแตกต่างออกไป งานของมันแสนจะเบาเมื่อเทียบกับงานของควาย แต่มันกลับส่งเสียงเอียดอาดทุกรอบที่หมุนไป เจ้าควายผู้น่าสงสาร นอกจากจะต้องออกแรงสุดกำลังเพื่อลากเกวียนลุยหล่มโคลนลึกๆ แล้ว มันยังต้องฟังเสียงบ่นคร่ำครวญของล้อจนเต็มสองหูอีก อย่างที่รู้ นี่ทำให้งานของพวกมันยากเกินจะทานทนขึ้นอีกหลายเท่า

        "เงียบซะที" ในที่สุดเจ้าควายก็ร้องออกมาอย่างเหลืออด "ทำไมล้ออย่างเจ้าถึงได้บ่นเสียงดังนัก เราต่างหากที่ลากน้ำหนักทั้งหมด ไม่ใช่เจ้าสักหน่อย แถมพวกเรายังไม่ได้ส่งเสียงอะไรเลยสักแอะ"

 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ::

คนที่บ่นมากที่สุดคือคนที่ทุกข์น้อยที่สุด


สวัสดีครับท่านผู้อ่านและFCอ้ายจำเรียนตอกสดๆที่น่ารักทุกคนอ่านนิทานแล้วอยากสนับสนุนนิทานของอ้ายจำเรียนแต่งนิทานด้วยAI เพื่อเป็นกำลังใจและเป็นค่าAI จะทะยอยลงวันละ3-4เรื่องสนับสนุนด้วยการโอนเงินตามช่องทางนี้นะครับแล้วแต่จะให้นะครับ อย่าโอนมาเยอะโอนมาแค่1-100บาทพอ ครับแต่โอนเป็นประจำโอนมาบ่อยๆนะครับ อยากแนะนำนิทานแนวไหน ขอคำติชมด้วยนะครับพิมบอกทางไลน์มานะคับหรือจะคอมเม้นท์มาในโพสนี้ก็ได้ครับ

ช่องทางการโอนเงิน👇
โทร/พร้อมเพย์/ทรูมันนี่วอเลทเบอร์👉 0892718015
ชื่อนาย จำเรียน จันทร์รักษา
ทักแชทไลน์กดค้างไว้จนกว่าจะขึ้นรูปไลน์👇กดที่รูปไลน์เลยครับ👇🏽
https://line.me/ti/p/cGDqLx_Lhe





ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม