นิทานเรื่องยาจกเมียสาม

นิทานเรื่องยาจกเมียสาม
ณ ประเทศหนึ่ง มีชื่อว่าราชอาณาจักรปอแลนด์มีครอบครัวยาจก อยู่ครอบครัวหนึ่ง  ที่มีฐานะยากจนมากๆๆ 


และแถวๆนั้น มีร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่ร้านหนึ่ง ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในเมือง
   มีลูกชายของยาจก คนหนึ่งมีนามว่าอ้ายจำเรียน นามสกุลตอกสดๆ เขายากกินก๋วยเตี๋ยวร้านนี้มาก เขาได้แต่
เดินผ่านร้านก๋วยเตี๋ยวเพื่อสูดกลิ่นของน้ำก๋วยเตี๋ยวอันหอมหวนนั้นทุกวัน  

     วันหนึ่งด้วยความที่เขาอยากกินก๋วยเตี๋ยวร้านนี้มาก เขาจึงเดินเข้าไปใน
ร้านก๋วยเตี๋ยวและตัดสินใจที่จะนำเงินที่เขาสะสมมาทั้งหมดมาซื้อกินก๋วยเตี๋ยว

ในร้าน  ในขณะที่เขากำลังเดินเข้ามาในร้าน ได้มีพนักงานคนหนึ่ง ได้ไล่เขา

ออกไปจากร้านและกล่าวว่า “ไอ้ ยาจกออกไปจากร้านเดี๋ยวนี้ ดูสิ ลูกค้าเขา
รังเกียจแกหมดแล้ว” แล้วพนักงานคนนั้น ก็โยนเงินของอ้ายจำเรียน ลงที่พื้น ในขณะ
อ้ายจำเรียนกำลังจะก้มเก็บเงินของเขา ก็มีหญิงสาวสวยหุ่นเซ็กซี่น่ารักคนหนึ่งเดินเข้ามาเก็บเงินช่วยอ้ายจำเรียน.แล้วบอกว่า “มานั่งด้วยกันกับฉันสิค่ะ“ แล้วก็บอกให้พนักงานเอาก๋วยเตี๋ยวมา

ให้อ้ายจำเรียนกิน อ้ายจำเรียนนั่งกินก๋วยเตี๋ยวอย่างเอร็ดอร่อยร่วมโต๊ะกับหญิงสาวสวยคนนั้น

 ทั้งสองก็นั่งคุยกันในร้านก๋วยเตี๋ยว ในเรื่องต่างๆนาๆโดยที่หญิงสาวนั้นได้ ต่างคนต่างแนะนำตัวเอง และเธอก็แนะนำตัวเองให้อ้ายจำเรียนได้รู้จัก เธอมีนามว่าพรมีอายุ18ปีส่วนอ้ายจำเรียนนั้นอายุ52ปี

เธอเป็นเจ้าของร้านส้มตำไก่ย่างที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหนึ่ง แต่หญิงสาวผู้นั้นก็ไม่ได้แสดงท่าทางรังเกียจแต่อย่างใด เธอกลับสงสารและเข้าใจในชีวิตของอ้ายจำเรียน

ยาจกคนนั้นเลยแม้แต่น้อย  เมื่อทั้งสองกินก๋วยเตี๋ยวอิ่มแล้ว  พรนั้นจึงจ่าย
เงินค่าก๋วยเตี๋ยวให้กับอ้ายจำเรียน


 แต่ อ้ายจำเรียน ไม่ยอมรับเงินและนำเงินของ
เขาที่เขาได้สะสมมันมาตลอดชีวิตให้กับพรผู้ใจดีคนนั้น เพื่อเป็นค่า
ก๋วยเตี๋ยว  จนพรนั้นต้องรับเงินของอ้ายจำเรียนไว้  พรเจ้าของร้านส้มตำไก่ย่าเจ้าใหญ่จึงถาม

อ้ายจำเรียนว่า “ทำไมไม่ยอมให้หนูออกค่าก๋วยเตี๋ยวให้ละ”  อ้ายจำเรียนจึงตอบว่า “ ไม่

เป็นไรครับ ผมคงรับไว้ไม่ได้หรอก เพราะมันไม่ใช่เงินของผม  ถึงมันจะเป็น

เพียงแค่ เศษเงินของคุณก็เถอะ แต่มันเป็นเงินจำนวนมากสำหรับผมและผมจะ

ภูมิใจมากกว่าที่ผมได้กินก๋วยเตี๋ยวถ้วยนี้ด้วยเงินของผมเอง “ พรนั้น จึง

บอกให้กับอ้ายจำเรียนว่า “หนูนับถืออ้ายจำเรียนจริงๆค่ะ ถึงแม้อ้ายจำเรียนจะเป็นแค่ยาจกแต่

อ้ายจำเรียนก็เป็นคนที่รักในศักดิ์ศรีและไม่ดูถูกตัวเอง โดยอ้ายจำเรียนมีความพยามที่จะเก็บเงิน มาซื้อกินเองโดยไม่ขอคนอื่น ทั้งๆที่อ้ายจำเรียนรู้ว่า หนูมีเงินมากมาย แต่อ้ายจำเรียนก็ไม่ยอม

ให้หนูเลี้ยงอ้ายจำเรียน อ้ายจำเรียนเป็นยากจกแต่หัวใจของอ้ายจำเรียนน่าเคารพมากกว่าเศรษฐี  หลายๆคนเลยนะค่ะ” หลังจากนั้น เธอจึงชวนอ้ายจำเรียนมาทำงาน

ที่ร้านส้มตำไก่ย่างของพร และอ้ายจำเรียนก็ไปทำงานในร้านของพรและเริ่มจากการเป็น
พนักงานธรรมดาคนหนึ่งในร้าน ตำแหน่งล้างจาน หลังจากที่อ้ายจำเรียนได้เข้าทำงานในร้าน เขาเป็นขยันขันแข็ง ทำงานตรงเวลาและไม่อู้งานเหมือนคนอื่น ที่สำคัญคือเขาเป็นชื่อสัตว์  มีเหตุการณ์หลายครั้งหลายหน ซึ่งมีลูกค้ามานั่งกินส้มตำไก่ย่าง พวกเขาลืมกระเป๋าสตางค์เอาไว้ในร้าน ทุกครั้งที่อ้ายจำเรียนเห็นแล้ว ส่งคืนให้กับลูกค้าของร้านทุกครั้ง ไม่เหมือนเฉพราะพนักงานบางคน เห็นกระเป๋าสตางค์ของลูกค้าแล้ว บางทีหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาแล้วได้หยิบเอาของมีค่าไว้ แล้ววางกระเป๋าเปล่าทิ้งไว้ในโต๊ะเก้าอี้  มีอยู่วันหนึ่งมีลูกค้าเป็นผู้หญิงได้มากินส้มตำไก่ย่างที่ร้าน แต่ลูกค้าลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่ร้าน ลูกค้ากลับมาหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอกระเป๋าเลย ทางลูกค้าได้ไปแจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแห่งหนึ่งเอาไว้ และบอกกับตำรวจว่าได้มีกำไลทองข้อมือเป็นของ ตระกูลหนัก10บาทได้หายไปในร้านส้มตำไก่ย่างของน้องพร และยื่นรูปถ่ายกำไลทองข้อมือให้กับตำรวจไว้ และเธอจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดกับคนที่เอาไป มีพนักงานหญิงสาวสวยคนหนึ่ง ซึ่งเธอดูลักษณะภายนอกนิสัยดีมีมารยาทน่ารัก การพูดการจาดูแล้วน่าเชื่อถือในคำพูดได้ ให้การกับตำรวจบอกว่า ได้เห็นอ้ายจำเรียนยืนอยู่ใกล้โต๊ะของลูกค้าท่านนั้นหลังจากลูกค้าท่านนั้นลุกไปจากร้านค้าแล้ว ก็มีแต่อ้ายจำเรียนคนเดียวเท่านั้น แล้วเห็นอ้ายจำเรียนมีพิรุจเหลียวหน้าเหลียวหลัง ตำรวจฟังพยานให้การน่าเชื่อถือได้จึงเข้าจับกุมอ้ายจำเรียนไปดำเนินคดีตามกฎหมาย  ตำรวจเขาเอาอ้ายจำเรียนไปขังไว้ในห้องขัง แล้วสอบสวนอ้ายจำเรียนแต่อ้ายจำเรียนปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ตำรวจเขาเชื่อตามพยานที่ให้การมา ในเมื่ออ้ายจำเรียนไม่ยอมรับผิด ตำรวจเลยซ้อมเอาไฟฟ้าจี้ทั้งเตะทั้งตีทั้งต่อย จนในที่สุดอ้ายจำเรียนยอมรับสารภาพว่าเป็นคนทำจริงๆ เพราะทนเจ็บปวดไม่ไหวเลยรับสารภาพ ทั้งๆที่อ้ายจำเรียนไม่ได้ทำผิด ไม่ได้เป็นคนขโมยทรัพย์ของลูกค้าแต่อย่างใด ต่อมาตำรวจพาอ้ายจำเรียนไปที่ร้านส้มตำไก่ย่างของพร เพื่อไปทำแผนสารภาพ วันนั้นที่สำนักข่าวสื่อต่างๆ  ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มากันเป็นร้อยๆสำนักสื่อทั้งหลาย เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก ดังมากกว่าข่าวฟุตบอลโลก ข่าวกีฬาโอลิมปิก และข่าวน้องชมพู่  และข่าวอิสราเอลกับปาเลสไตน์ และข่าวสมรักษ์กับสาว18เสียอีก  กล่าวฝ่ายทางเจ้าร้านส้มตำไก่ย่างก็คือน้องพรคนสวย เธอรู้ว่าอ้ายจำเรียนเป็นคนทำ เธอรู้สึกเสียใจมากที่อุตส่าไว้ใจ ที่ผ่านมา  เห็นอ้ายจำเรียนทำดีมาตลอด ไม่เคยทำเรื่องไม่ดีเลย ในระยะเวลาที่ผ่านมา พรเขาเสียใจมาก เธอจึงบอกอ้ายจำเรียนว่า""เมื่อพ้นโทษออกมาไม่ต้องกลับมาทำงานที่ร้านอีกต่อไปนะ แล้วพรก็มีเรื่องหนึ่งจะบอกกับอ้ายจำเรียนว่า "ที่จริงหนูนะแอบรักอ้ายจำเรียนตั้งแต่อยู่ในร้านก๋วยเตี๋ยวในวันนั้นเป็น ในเมื่ออ้ายจำเรียนทำให้หนูหมดรักในตัวอ้ายจำเรียนแล้วนะต่อไปนี้เราสองคนไม่ต้องเจอกันอีก ขอให้อ้ายจำเรียนโชคดี ออกจากคุกตะรางมาแล้วอย่าไปเป็นขี้ขโมยลักทรัพย์เขาอีก จากนั้นพรก็เดินหนีจากไปทั้งน้ำตาไหลรินๆ โดยที่อ้ายจำเรียนไม่ได้โต้ตอบอะไรเลย และอ้ายจำเรียนไม่อยากพูดเพราะว่าพูดไปไม่มีใครเชื่อถือหรอก ความจริงแล้วอ้ายจำเรียนก็แอบหลงรักพรซึ่งเป็นเจ้าของร้านส้มตำไก่ย่างเหมือนกัน  แต่เขาก็ไม่กล้าเอ่ยแม้จะเกี้ยวพาราสีกันกับพร เพราะว่าอ้ายจำเรียนกับพรนั้นอยู่คนละฐานะกัน เขาจึงเตียมตัวไว้และเก็บความรู้สึกไว้ในใจโดยไม่แพ่งพราว หลังจากนั้น ตำรวจเขาสรุปคดีเสร็จก็ส่งอ้ายจำเรียนเข้าเรือนจำรอการตัดสินจากศาล  หลังจากอ้ายจำเรียนได้เข้าไปอยู่ในเรือนจำได้20กว่าวัน  มีพนักงานสาวคนที่เป็นพยานให้การกับตำรวจในวันนั้น เพราะเธอได้เอากำไลข้อมือทองคำเอาไปขาย เพราะเธอติดการพนันออนไลน์ตามเวปต่างๆที่เห็นในโฆษณาในโซเชียลต่างๆ เธอเห็นเว็ปไหนดีเธอก็เข้าแทงเล่น ไม่ว่าไฮโลไพ่สล้อตเธอเล่นหมด เธอติดพนันแบบสุดๆ ในอดีตเธอได้มรดกสมบัติจากสามีเก่าที่หย่าล้างกัน เลยแบ่งมรดกสมบัติกัน มีสมบัติที่ได้มาเช่นเงินสดในบัญชีธนาคาร1000ล้านบาทตอนนี้เธอใช้หมดแล้ว เพราะว่าเอาเงินไปเล่นพนันออนไลน์ตามเว็ปต่างๆ  คฤหาสน์1หลังมูลค่า200ล้านบาทตอนนี้เธอขายแล้ว นำเงินเอาไปเล่นการพนันออนไลน์จนหมดเกลี้ยง รถเก๋งยี่ห้อดังมูลค่า100ล้านบาท เธอก็นำรถคันนี้ไปขายแล้ว แล้วนำเอาเงินไปเล่นการพนันตามเดิม เงินหมดแล้ว  ได้สร้อยทองคำและทองแท่งรวมๆแล้ว50ล้านบาท แต่เธอก็นำเอาสร้อย
ทองทองแท่งไปขาย นำเอาเงินเหล่านั้นไปเล่นการพนันออนไลน์ตามเคย จนเงินหมดตามเคย ต่อมาเธอได้กำไลทองข้อมือเป็นตระกูลของ ลูกค้าที่ไปใช้บริการของร้านส้มตำไก่ย่างของน้องพร จนอ้ายจำเรียนได้เข้าไปอยู่ในเรือนจำเพราะเธอ เธอก็เอากำไลทองข้อมือของลูกค้าหญิงสาวคนนั้นไปขาย ให้ร้านทองแห่งหนึ่งในประเทศปอแลนด์ บังเอิญร้านทองที่รับซื้อกำไลทองข้อมือของเธอนั้น ซึ่งเป็นพี่สาวของลูกค้าสาวคนนั้นด้วย แล้วเธอก็ได้เงินมาจากการขายกำไลทองครั้งนี้เป็นเงินเกือบ5แสนบาท ซึ่งจะนำเงินเหล่านี้มาแทงพนันออนไลน์ตามเวปต่าง ๆ
ต่อมาหลังจากพนักงานสาวคนนั้นได้ไปแล้ว ได้เดินออกไปแล้วชักครู่หนึ่ง เจ้าของร้านทองได้หยิบดูกำไลทองวงที่มีพนักงานสาวนำไปขายให้ สังเกตไปมาชักครู่หนึ่ง ปรากฏว่าจำได้ว่าแม่ได้ให้กำไลทองวงนี้ให้กับน้องสาวที่เป็นลูกค้าร้านส้มตำไก่ย่างของน้องพร เจ้าของร้านทองซึ่งเป็นพี่สาวของลูกค้าสาวร้านค้าส้มตำไก่ย่าง ของน้องพร  แล้วโทรศัพท์ไปหาบอกให้น้องสาวลูกค้าคนนั้นมาที่ร้านของเธอ   เมื่อลูกค้าสาวคนนั้นมาที่ร้านทองของพี่สาวเธอ แล้วเธอบอกว่า  "ใช่ๆพี่กำไลทองวงนี้แหละที่แม่ให้หนูไว้เมื่อหลายปีที่แล้ว กำไลทองตรงกับรูปถ่ายที่เธอถ่ายไว้เป้ะๆๆเลยพี่ "แล้วพี่ใครนำกำไลวงนี้มาขายให้พี่ค่ะ "นั้นลองเปิดดูกล้องวงจรปิดดูชิเผื่อเองจะเคยหน้ามาก่อนนะ หลังจากนั้นทั้งสองได้เปิดกล้องวงจรปิดดู ก็จำได้เลยว่า "พี่ๆๆจำได้เคยเห็นหน้า ใช่เลยนางคนนี้ไปให้การเป็นพยานให้การกับตำรวจ ว่าอ้ายจำเรียนเป็นคนทำแล้วตำรวจก็ซ้อมอ้ายจำเรียนจนอ้ายจำเรียนยอมรับสารภาพผิด  ไปๆพี่เราจะเยี่ยมอ้ายจำเรียนกันเถอะพี่ สงสารอ้ายจำเรียนเขา เธอทั้งสองก็พากันปิดร้านทอง แล้วก็รูดหน้าเดินทางไปเยี่ยมอ้ายจำเรียนที่เรือนจำแห่งหนึ่งในประเทศปอแลนด์  มีเจ้าหน้าผู้คุมถามว่า "คุณมาเยี่ยมนักโทษชื่อไรครับ  "ชื่อ นช.อ้ายจำเรียน ตอกสดๆค่ะพี่ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็นำ นช.อ้ายจำเรียนมาพบกับลูกค้าสาวคนนั้น เมื่อเธอเห็นอ่านจำเรียนออกมาแล้ว ลูกค้าสาวคนนั้นโผเข้ากอดอ้ายจำเรียน แล้วเธอร้องให้แล้วบอกว่า"ฮื่อๆๆขอโทษที่หนู ที่หนูเข้าใจผิดแล้วต้องขอโทษในวันที่หนูตบหน้าอ้ายจำเรียนไปหลายครั้ง ฮื่อเดี๋ยวหนูจะไปแจ้งความว่าอ้ายจำเรียนไม่ใช่คนร้าย เดี๋ยวอ้ายจำเรียนไม่กี่วันอ้ายจำเรียนจะเป็นอิสระแล้วนะ แล้วเธอก็เล่าเรื่องราวต่างให้กับอ้ายจำเรียนฟัง  หลังจากนั้นเธอได้จัดการหาหลักฐานจากกล้องวงจรปิด หลักการซื้อขายกับพนักงานสาวคนนี้ เพื่อเอาผิดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พนักงานสาวรายนี้เธอ ยอมรับผิดเพราะจำนนต่อหลักฐาน ที่เธอทำไปเพราะเธอติดพนันอย่างหนักหน่วงมาก ที่ใส่ร้ายอ้ายจำเรียนเพราะเห็นว่า อ้ายจำเรียนเป็นแค่ยาจกไม่มีค่าอะไร เลยโยนความผิดให้กับอ้ายจำเรียนไป ต่อมาอ้ายจำเรียนได้รับการปล่อยตัวออกเรือนจำในที่สุด ต่อมาน้องพรเจ้าของร้านส้มตำไก่ย่างรู้เรื่องของอ้ายจำเรียนทั้งหมดเธอดีใจมากๆ และเธอก็เสียใจมากๆที่ได้ด่าทอต่างๆ  กับอ้ายจำเรียนเอาไว้ด้วยความโมโหของเธอ ก็ได้มารับอ้ายจำเรียนพร้อมกับลูกค้าสาวคนนั้นและพี่สาวของเธอ  ในระหว่างนั่งรถไปรับอ้ายจำเรียนที่เรือนจำนั้น โดยมีคนขับรถของน้องพรเป็นคนขับให้ ทั้ง3ได้คุยกันไปมาเกี่ยวเรื่องราวต่างๆของอ้ายจำเรียน ทั้งสามคนได้แนะนำตัวเองให้รุ้กันและแนะนำชื่อแต่ละคน พี่สาวของลูกค้าสาวคนนั้นชื่อเล่นว่าจอยอายุ20ปี ส่วนลูกค้าสาวคนนั้นมีชื่อว่าเรียมอายุ18ปีเท่ากันกับน้องพร ทั้งสามคุยกันมาถึงเรื่องสเปคผู้ชายของแต่ละคนกัน  มาถึงตอนนี้สเปคผู้ชายทั้งสามสาวพูดตรงกันว่า สเปคผู้ชายนั้นจะต้องตรงแบบอ้ายจำเรียนเท่านั้น ทั้งสามสาวแต่ละคนคิดในใจตรงกันว่า ""เขาทั้งสองคงจะแอบชอบอ้ายจำเรียนกันแน่ แล้วน้องจอยได้เอ่ยถามคนทั้งสองว่า "แล้วเธอทั้งสองแอบรักแอบชอบอ้ายจำเรียนกันใช่ม้ายๆ  สาวทั้งสองก็ตอบพร้อมๆกันเปล่งเสียงดังๆว่า "ใช่แล้วพี่หนูแอบชอบแอบรักอ้ายจำเรียนค่ะ แล้วทั้งสองก้ถามน้องจอยพร้อมๆกันว่า แล้วพี่จอยก็แอบรักแอบชอบกับอ้ายจำเรียนยู่ใช่ม้าย ก่อนจะตอบน้องจอยบิดอายจนตัวเองเป็นเลขแปดไปแล้วแต่แล้วตอบว่า "ใช่แล้วจ้าพี่ก็แอบรักแอบชอบอ้ายจำเรียนเหมือนกันละ เธอทั้งสามคุยกันไปเรื่อยจนสรุปว่า เธอทั้งสามพร้อมที่จะเป็นภรรยาของอ้ายจำเรียนทั้งสามคน โดยให้น้องจอยเป็นภรรยาคนโต ส่วนน้องพรเป็นภรรยาคนกลาง ส่วนน้องเรียมเป็นภรรยาคนเล็ก จนกระทั่งมาถึงพูดคุยกันเรื่องการหลับนอน ว่าจะให้ใครนอนกับอ้ายจำเรียนก่อน พวกเธอทั้งสามได้ตกลงจัดคิวกันเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว มีดังนี้คืนที่1ให้น้องจอยเป็นคืนแรกให้นอนกับอ้ายจำเรียน คืนที่2น้องพร คืนที่3น้องเรียม  กล่าวฝ่ายทางอ้ายจำเรียนในขณะยังยู่เรือนจำยู่เพราะสามสาวยังมาไม่ถึง แต่เขารู้แล้วแหละว่าเขาจะได้ออกวันนี้ แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปล่อยตัวออกมา เพราะทางสามสาวยังมาไม่ถึงที่เรือนจำ อ้ายจำเรียนยังไม่รู้ว่าใครจะมารับตนเอง ออกจากเรือนจำไป  และยังไม่รู้ว่าตัวเองจะได้เมียทีเดียวสามคน และอ้ายจำเรียนก็ยังไม่รู้ว่าคิวการหลับนอนอีกด้วย เวลาบ่ายโมงเศษๆมีรถเก๋งหรูๆเข้ามาจอดบริเวณที่จอดรถของเรือนจำ ทั้งสามสาวได้บอกแจ้งให้กับเจ้าหน้าที่ทราบว่าจะมารับอ้ายจำเรียนกลับไป ต่อมาอ้ายจำเรียนเห็นน้องพรเข้าแล้ว ก็กลัวน้องพรจะด่าทอจึงไม่กล้าสู้หน้ากับน้องพรได้แต่ก้มหน้าอย่างเดียว อ้ายจำเรียนเขาเองคิดอย่างเดียวถ้า  ได้ออกจากเรือนจำได้ไปยุ่บ้านนอกไปเป็นยาจกเหมือนเดิม พออ้ายจำเรียนไม่สบตาไม่มอง น้องพรเลยถามว่า  "นี้อ้ายจำเรียนยังโกรธพรยู่หรอ นั้นพรขอโทษนะอ้ายจำเรียน พรกล่าวเสร็จแล้วโผเข้ากอดอ้ายจำเรียน ต่อมาอีกสองสาวโผเข้ากอดอ้ายจำเรียนอีก แล้วทั้งสามสาวก้บอกความจริงกันให้อ้ายจำเรียนได้รับรู้ว่า  พวกเธอพร้อมที่จะเป็นเมียอ้ายจำเรียนทั้งสามคนนี้  อ้ายจำเรียนดีใจมากและรับรับสามสาวมาเป็นเมียทั้งหมด หลังจากนั้น ทั้งสี่ก็ขึ้นรถกลับออกจากเรือนจำไปมุ่งหน้าไปบ้านของน้องจอย  ในขณะในรถนั้นทั้งสี่ได้กอดโอบกอดกันจ้าละหวั่นนัวเนียกันในรถ จนคนขับรถของน้องพรวัย52ปี รุ่นเดียวกันกับอ้ายจำเรียน ก็อิษสาอ้ายจำเรียนขึ้น แล้วบ่นพูดอยู่ในใจว่า  "แหมๆๆน่าอิสสาอ้ายจำเรียนจริงๆในวันเดียวได้เมียถึง3คน อั้ยเรามีแต่อีแก่แถมขี้บ่นต่างหาก น่าจะแบ่งให้เราชักคนไม่มี คนเดียวเหมาหมดทั้งสามเลยฮืๆ พอมาถึงบ้านน้องจอย พากันกินข้าวปลาอาบนำ้ ตอนแรกทั้งสามคนตกลงกันว่า จะให้อ้ายจำเรียนเปลี่ยนกันนอนคนละคืนกัน  มาแผนใหม่ครับ คือว่า น้องพรกับน้องเรียมย้ายบ้านมาอยู่ที่บ้านของน้องจอยกันทั้งสอง บ้านหลังนั้นอยู่ด้วยกันสี่คน เมียสามผัวหนึ่ง  ก็คือให้อ้ายจำเรียนทำการบ้านให้กับเมียทั้งสามคนละ2น้ำต่อคืน เมียทั้งสามก็พอใจเป็นอย่างมาก กาลต่อมาเมียของอ้ายจำเรียนทั้งสามคนมีลูกกับอ้ายจำเรียนคนละ12คน อ้ายจำเรียนมีลูกทั้งหมด36คน ส่วนธุรกิจนั้นร้านส้มตำไก่ย่างของน้องพรขยายสาขาเป็น5000สาขา ร้านสดวกซื้อของน้องเรียมขยายสาขาเพิ่มเป็น10000สาขาทั่วประเทศ ส่วนร้านทองของน้องจอยขยายสาขาไปแล้ว10000สาขาทั่วโลก ส่วนธุรกิจของอ้ายจำเรียนนั้นเป็นโรงงานผลิตเครื่องดื่มชูกำลังยี่ตอกดี มียอดจำหน่าย150ประเทศทั่วโลก  อ้ายเรียนเป็นอภิมหาเศรษฐีมือหนึ่งของโลกจนถึงทุกวันนี้  ผัวเมียทั้งสี่และลูกชายทั้ง36คนอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขเรื่อยๆไป จบ

ส่วนพนักงานสาวของร้านส้มตำไก่ย่างของน้องพรนั้นเธอติดคุก19ปี ส่วนอ้ายจำเรียนอดีตยาจก จนได้เมียทีเเดียวสามคนมีลูกด้วยกัน36คน เป็นอภิมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก
เมียทั้งสามไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกันพวกเธอและเขารักกันดี รวมถึงลูกชายด้วย อ้ายจำเรียนกับเมียสาม อยู่อย่างมีความสุข ใครเห็นมีแต่คนอิสสา ฮ้าๆ
ข้อคิดการพนันทุกชนิดไม่ดีมีแต่ ทำให้ทรัพสินที่มีอยู่หายไป ดังเช่นพนักงานสาวคนนี้นะคับ ตอนนี้ไม่เหลืออะไรอีกแล้วแม้เวลาอิสรภาพหายไปตั้ง19ปี ออกจากคุกก็ไม่มีบ้านอยู่ บ้านที่มีเธอก้เอาไปขาย มีทรัพย์สินอะไรขายจนหมดเกลี้ยง เพราะกานพนันเเท้ๆครับ

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม